งสือขึ้นมาเคาะหัวกู่เลี่ยง “ไปให้พ้น!”กู่เลี่ยงลูบหัว รู้สึกว่ามีดวงดาวมากมายที่กะพริบอยู่ตรงหน้า “ทำอะไรเนี่ย เธอเป็นคนถามฉันก่อนไม่ใช่หรือไง?”กู่เลี่ยงยืนขึ้น เดินโซเซไปอีกด้านหนึ่งของห้องเรียน เจรจากับฉวี่เหวินซิงของเขาต่อไปฉงหรงกับลั่วเสวี่ยเดินขนาบซ้ายขวาอวิ๋นตั่ว แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “นี่มันยุคใหม่แล้ว พวกเราต้องให้ความสำคัญกับปัญหานี้นะ ถ้าหลิวอวี่เจ๋อป่วยจริง ก็ไม่ต้องกลัว รีบแก้ไขได้!”อวิ๋นตั่วฟังจนโกรธแล้ว “เธอสองคนสิป่วย!”ลั่วเสวี่ยรีบพูดขึ้น “โอเคๆๆ พวกเราข้ามเหตุผลนี้ไปก่อน ส่วนอีกเหตุผลหนึ่ง ฉันจะบอกเธอให้ว่ามันจะยิ่งยุ่งยากแน่ๆ ถ้าไม่มีเสน่ห์ก็อธิบายได้ว่าเธอไม่ใช่สเปคเขา!”อวิ๋นตั่วพูดอย่างเกรี้ยวกราด “เป็นไปไม่ได้! ถ้าฉันไม่ได้เป็นแบบที่เขาชอบ แล้วเขาจะมาอยู่กับฉันทำไม? ลั่วเสวี่ย ฉันว่าเธอจิตคิดอกุศลใช่ไหมอยากแยกเราสองคนออกจากกัน แล้วเธอจะถือโอกาสเข้ามาแทรก!”ลั่วเสวี่ยรู้สึกไม่เป็นธรรมที่โดนใส่ร้าย “ไม่ผิดหรอกฉันชอบผู้ชายหน้าตาหล่อ แต่ผู้ชายหล่อในโลกนี้ไม่ได้มีแค่หลิวอวี่เจ๋อคนเดียวนี่ แล้วทำไมฉันต้องผูกคอตายใต้ต้นไม้ด้วยล่ะ ฉันหวังดีกับเธอจริงๆ นะ”อวิ๋นตั่วจ้องตาลั่วเสวี่ย มองดวงตาคู่นั้น ไม่เหมือนกับคนที่มีอะไรซ่อนอยู่ในใจ โอเคฉันจะเชื่อเธอสักครั้ง“งั้นเธอว่ามาสิ ในเมื่อฉันไม่ใช่แบบที่เขาชอบ แล้วทำไมเขาถึงอยู่กับฉันได้ล่ะ?”“คำพูดเมื่อกี้ของฉันไม่ค่อยถูกต้อง ถ้า