ำณว่ำให้ตำมมำเดิมทีศำสตรำจำรย์หลันคิดว่ำเจิ้งทั่นออกมำวิ่งเล่นตัวเดียวพอเห็นคนที่ตำมมำด้วยจึงพูดขึ้น “มำกับใครน่ะ?”เจียวเวยเดินเข้ำไปอย่ำงเกร็งๆ แล้วมองไปตำมเสียงที่ลอยมำ “สวัสดีครับ รบกวนหน่อยนะครับ”ศำสตรำจำรย์หลันขมวดคิ้ว “เธอเป็นใคร?”เจียวเวยเดินเข้ำไปแนะน ำตัวเอง รวมถึงบอกว่ำตัวเองเป็นอะไรกับพ่อเจียวหย่วน ช่วงหลำยวันนี้เวลำที่เขำไปหำครอบครัวเจียวก็ไม่ได้เจอกับศำสตรำจำรย์หลันที่อยู่ชั้นสำมเลย ดังนั้นนี่จึงเป็นครั้งแรกที่เจอกัน“อ้อ เป็นแขกของบ้ำนเจียวหมิงเซิงนี้เอง มำไวเหมือนกันนะเรำ ยังไม่ถึงเวลำรำยงำนตัวซะหน่อย” ศำสตรำจำรย์หลันพูดขึ้นแล้วหยิบเอำถำดผลไม้ออกมำจำกข้ำงๆ หมวก “องุ่นนี่เพิ่งล้ำงมำ”“ไม่เป็นไรครับผมมีน ้ำแล้ว…”“ให้กินก็กินสิ!” ศำสตรำจำรย์หลันถลึงตำใส่แล้วเด็ดองุ่นส่งให้เจิ้งทั่น“……” ท ำไมแมวถึงได้รับกำรต้อนรับดีกว่ำคน?เจียวเวยนั่งลงบนเก้ำอี้ตัวเล็ก เขำกินองุ่นไปได้สองเม็ดก็ไม่ได้กินต่อ รู้สึกเกร็งเล็กน้อย แต่พอศำสตรำจำรย์หลันถำมนู่นถำมนี่ เขำก็รู้สึกผ่อนคลำยก่อนหน้ำนี้เขำไม่ค่อยได้พูดคุยกับใครเท่ำไหร่ สำเหตุเป็นเพรำะควำมรู้สึกวิตกกังวลที่ต้องอยู่ภำยใต้สภำพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย อีกสำเหตุหนึ่งก็คือเรื่องภำษำถิ่นไม่ว่ำตอนที่จำกเมืองเล็กๆ มำนั้นจะพกควำมกล้ำหำญมำมำกเพียงใด แต่ปกติแล้วกำรที่ต้องจำกบ้ำนไปยังเมืองใหญ่เป็นครั้งแรก กำรที่ต้องมำเจอคนที่อยู่รอบๆ ไม่ได้พูดภำษำถิ่นเห