ขำพอจะรู้บ้ำงแล้ว เขำยังคิดว่ำจะหำเวลำไปสั่งสอนด้วยเหมือนกันขณะที่รถออฟโรดใกล้แล่นเข้ำสู่ตัวเมืองฉู่หัว เจิ้งทั่นก็ได้เอำควำมคิดฟุ้งซ่ำนออกไปจำกสมองหมด พอได้เห็นตึกรำมบ้ำนช่องถนนหนทำงที่คุ้นเคยเขำก็นั่งไม่ติด ลุกขึ้นยืนเกำะขอบหน้ำต่ำงรถจ้องออกไปข้ำงนอกเวลำหนึ่งเดือนกว่ำๆ ที่ผ่ำนมำต้นไม้ทั้งหลำยได้ผลิใบเขียวชอุ่ม ไม่รู้ว่ำในเขตที่พักเป็นอย่ำงไรบ้ำงรถออฟโรดถูกขับเข้ำไปในมหำวิทยำลัยฉู่หัวผ่ำนทำงประตูหน้ำ แต่ทั้งฟำงเซ่ำคังและคนขับต่ำงก็ไม่รู้ว่ำที่พักบุคลำกรฝั่งตะวันออกไปทำงไหน จึงต้องคอยถำมทำงไปเรื่อยๆ เจิ้งทั่นทนไม่ไหวจึงเคำะกระจกรถให้ฟำงเซ่ำคังเปิดหน้ำต่ำง แล้วเขำก็กระโดดลงไปสภำพแวดล้อมที่คุ้นเคยท ำให้เจิ้งทั่นรู้สึกผ่อนคลำยไปทั้งตัว เขำสูดเอำกลิ่นที่คุ้นเคยเข้ำไปในปอดพลำงรู้สึกว่ำหัวใจแทบจะโบยบินออกไป จำกนั้นจึงออกวิ่งถึงจะจำกที่นี่ไปแค่เดือนกว่ำๆ แต่เรื่องรำวที่พบเจอนั้นไม่น้อยเลยทีเดียวจนรู้สึกเหมือนผ่ำนไปเป็นปี แต่หลังจำกที่ได้กลับมำเหยียบที่นี่อีกครั้ง เส้นทำงที่คุ้นเคยก็โผล่ขึ้นมำในสมองของเขำเองโดยอัตโนมัติใบของต้นอู๋ถงที่อยู่ข้ำงทำงโตจนแทบจะบังท้องฟ้ำได้มิดเสียงนกร้องในมหำวิทยำลัยก็ดูจะไม่ได้สร้ำงควำมร ำคำญให้มำกแล้วเจิ้งทั่นวิ่งเล่นอยู่ในสนำมหญ้ำ ควำมเหนื่อยล้ำที่ควรมีหลังวิ่งกลับกลำยเป็นยิ่งท ำให้มีชีวิตชีวำรับกับสำยลมที่พัดผ่ำนเข้ำมำนี่คือควำมรู้สึกที่ได้กลับบ้ำนเหรอ?ตอนนี