ั้นเจ้ำของร้ำนก็ไม่พูดอะไรอีก ในเมื่อเอำไว้ใส่ของที่ไม่หนักมำกก็ไม่ต้องติดแบบดีเท่ำไร เอำแบบธรรมดำๆ ก็พอหลังจำกที่ตรวจเช็คสภำพ ติดตะกร้ำหน้ำรถเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลำจ่ำยเงินและส่งมอบรถพอขึ้นไปขี่ฟำงเซ่ำคังก็รู้สึกว่ำเหมือนได้ย้อนกลับไปสมัยวัยรุ่น แล้วเขำก็เกิดควำมรู้สึกตื่นเต้นถึงกำรเดินทำงที่ก ำลังจะเริ่มขึ้นนี้เจิ้งทั่นนั่งมองอำฟำงที่ดูมีควำมสุขด้วยสำยตำเย็นชำ เขำไม่เข้ำใจว่ำท ำไมคนๆ นี้ถึงได้เลือกใช้ชีวิตแบบนี้ ตอนที่โทรหำพ่อเจียวหย่วนฟังจำกน ้ำเสียงของจ้ำวเล่อที่พูดจำดูให้ควำมเคำรพจริงๆ ไม่ใช่แบบสุภำพเวลำคุยกับคนแปลกหน้ำ นั่นก็หมำยควำมว่ำคนแซ่ฟำงคนนี้ต้องมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดำแน่นอน อย่ำงน้อยก็ไม่ใช่คนจนๆ แต่มันด้วยเหตุผลอะไรกันที่ท ำให้คนวัยใกล้สี่สิบเลือกที่จะมีชีวิตแบบนี้? ท ำตัวเหมือนตัวเองสิ้นไร้ไม้ตอกขณะที่เจิ้งทั่นก ำลังคิดอยู่นั้นฟำงเซ่ำคังก็ขี่จักรยำนเข้ำมำหยุดลงตรงหน้ำ แล้วตีไปที่ตะกร้ำหน้ำจักรยำนพลำงพูด “นี่เจ้ำสินค้ำขึ้นรถสิ!”เจิ้งทั่น”……” สินค้ำอะไรวะ!ต่อไปพวกเขำจะต้องออกจำกอ ำเภอเล็กๆ นี้ไปยังอีกเมืองหนึ่ง สถำนีต่อไปคือเมืองใหญ่ เส้นทำงที่อยู่รอบๆ ไม่น่ำจะมีปัญหำมำกหลังจำกที่กระโดดเข้ำไปในตะกร้ำแล้ว เจิ้งทั่นก็รู้สึกแปลกๆ แต่ก็บอกไม่ถูกว่ำแปลกอย่ำงไร เอำเป็นว่ำมันไม่สบำยเหมือนตะกร้ำหน้ำรถของเสี่ยวโย่วจื่อละกันฟำงเซ่ำคังเอำกระเป๋ำขึ้นมำสะพำย แล้วขี่จักรยำนไปตำมเส้นทำ