ตึกรำมบ้ำนช่องจึงสู้อีกหลำยปีให้หลังไม่ได้เจิ้งทั่นรู้สึกเบื่อที่จะมองตึกเก่ำๆ พวกนี้ แต่ก็ต้องทนดูฆ่ำเวลำเพรำะไม่มีอะไรท ำ ไม่รู้ว่ำฟำงเซ่ำคังติดใจอะไรนักหนำ เห็นตั้งใจดูมำกพอถึงตอนเย็นฟำงเซ่ำคังไปที่ลำนกว้ำงแห่งหนึ่งที่มีคนอยู่ค่อนข้ำงเยอะ ห่ำงออกไปไม่ไกลเป็นถนนเศรษฐกิจ ภำยในลำนมีกลุ่มคนก ำลังเต้นร ำท ำเพลง บ้ำงก็เป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่น บ้ำงก็เป็นกลุ่มคุณป้ำวัยกลำงคนด้วยควำมที่รอบๆเสียงดังมำก ฟำงเซ่ำคังจึงไม่อยำกอยู่ที่นี่นำน เขำจึงเตรียมจะเดินออกก่อนไปเจิ้งทั่นได้ถูกเสียงกีต้ำร์ดึงดูดควำมสนใจ ฟำงเซ่ำคังเองก็ด้วย เขำจึงเดินเข้ำไปหำที่มุมหนึ่งของลำนกว้ำงมีกลุ่มเด็กวัยรุ่นก ำลังร้องเพลงอยู่ที่นั่น โดยรอบๆมีคนพอจะสนใจอยู่บ้ำง แต่ไม่มำก มีบำงคนโยนเงินให้พวกเขำด้วยฟำงเซ่ำคังยืนดูอยู่สักพัก พอกลุ่มเด็กวัยรุ่นพักก็เดินเข้ำไปคุยด้วยเด็กวัยรุ่นทั้งห้ำคนไม่ได้เป็นคนเมืองนี้ และก็มำจำกต่ำงเหมือนกันหมดด้วย พวกเขำมำเจอกันที่นี่แล้วเกิดคุยกันถูกคอ จึงได้ตั้งวงดนตรีขึ้น พวกเขำเป็นเด็กวัยรุ่นช่วงมัธยมปลำย แต่กลับไม่ไปเข้ำเรียนมหำวิทยำลัย โดยให้เหตุผลว่ำเพรำะชอบดนตรีมำก จึงอยำกออกมำหำประสบกำรณ์ภำยนอกช่วงวัยรุ่นของคนหลำยคนต่ำงก็มีควำมฝันที่อยำกจะออกมำเร่ร่อนให้เกิดประสบกำรณ์ กำรเร่ร่อนนั้นเป็นเหมือนกำรได้รับอิสระ กำรได้ท ำตำมควำมฝัน คล้ำยกับว่ำไม่มีอะไรที่จะมำห้ำมจิตใจที่เต็มไปด้วยควำมมุ่งมั่นพร้อมจะ