คนๆ นี้เจิ้งทั่นเคยเห็นมาก่อนเขาเคยเจอหลายครั้งเวลาที่มาเดินเล่นแถวนี้ เจิ้งทั่นได้ยินคนเรียกบุคคลคนนี้ว่า ‘ศาสตราจารย์เหริน’ศาสตราจารย์เหรินเป็นหนึ่งในอาจารย์ที่กลับมาจากต่างประเทศที่ทางคณะเชิญเข้ามาเป็นอาจารย์เมื่อปีที่แล้ว โด่งดังมากในหมู่นักศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษาผู้หญิง ด้วยความที่อายุเพิ่งจะสามสิบต้นๆ โปรไฟล์ดีเลิศ อีกทั้งยังเพิ่งกลับมาจากเมืองนอกอีก ไม่อย่างนั้นทางคณะคงไม่เชิญมาหากจะว่าไปแล้วศาสตราจารย์เหรินก็วิจัยแนวเดียวกับของพ่อเจียวหย่วน หากมองในบางมุมก็คือคู่แข่งดีๆ นี่เอง แต่ศาสตราจารย์เหรินเป็นศาสตราจารย์เต็มตัวแล้ว ส่วนพ่อเจียวหย่วนนั้นยังเป็นแค่ ‘รอง’ ความแตกต่างมีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวสำเนียงภาษาอังกฤษก็เหมือนสำเนียงลอนดอน บวกกับรูปลักษณ์ที่ดูดี การวางตัว ทำให้ศาสตราจารย์เหรินตกเป็นหนึ่งในหัวข้อสนทนาที่เหล่านักศึกษาชอบหยิบยกมาพูดถึงกันแต่เจิ้งทั่นรู้สึกว่าคนๆ นี้ดูเสแสร้ง เห็นแล้วไม่สบอารมณ์ในหลายครั้งที่ได้เจอคนๆ นี้ เจิ้งทั่นรู้ว่าเวลาอยู่ต่อหน้านักศึกษา อาจารย์ หัวหน้า เขามักจะมีรอยยิ้มที่เป็นมิตรอยู่เสมอ ดูเป็นสุภาพบุรุษ นักศึกษาหญิงจำนวนไม่น้อยที่มักจะพูดกันลับหลังว่าศาสตราจารย์เหรินมีความเป็นสุภาพบุรุษมาก แต่เจิ้งทั่นกลับรู้สึกว่าคนๆ นี้เวลาที่มองเขาแล้วมักจะพึมพำพูดอะไรที่ไม่ดีอยู่ เดิมทีคิดว่าคนๆ นี้เกลียดแมว ปฏิบัติกับแมวแบบนี้ทุกตัว แต่ต่อมาเจิ้งทั่นก็แน่ใจ