ินฉงคนนี้มีจิตวิปริตหรือเปล่าก็ไม่รู้อีกด้าน เหรินฉงกำลังขับรถกลับบ้านที่ตัวเองซื้อ พอกลับถึงบ้านแล้วก็ควักโทรศัพท์ออกมาโทร สักพักปลายสายก็มีคนรับ“ได้ความยังไงบ้าง?” เหรินฉงถามคนที่อยู่ปลายสายพูดกับเหรินฉงอยู่ประมาณห้านาที ซึ่งในห้านาทีนี้เหรินฉงไม่ได้ส่งเสียงอะไรออกมาเลย แต่สีหน้าดูแย่ลงหากนักศึกษาในคณะได้มาเห็นศาสตราจารย์เหรินในเวลานี้ล่ะก็จะต้องตกใจจนอ้าปากค้างแน่นอน ใครจะไปนึกว่าศาสตราจารย์เหรินที่ยามปกติเป็นสุภาพบุรุษยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอนั้น ก็แสดงสีหน้าบอกบุญไม่รับเป็นเหมือนกันถึงแม้ว่าสีหน้าจะดูแย่ลง แต่น ้าเสียงยังคงเป็นปกติ หลังจากคนที่อยู่ปลายสายพูดจบ เหรินฉงจึงพูดขึ้น “เข้าใจแล้ว สืบต่อไป”หลังวางสายเหรินฉงก็นั่งลงบนโซฟา พลางคิดถึงเรื่องที่หลังจากที่ตัวเองกลับมาจากเมืองนอกทุกอย่างดูราบรื่นไปหมด จนกระทั่งเขาได้มาพบกับเจียวเหมิงเซิงเจียวเหมิงเซิงจะมีความสามารถสักแค่ไหนกัน ก็แค่รองศาสตราจารย์เล็กๆ ในแผ่นดินเกิด ประสบการณ์จากเมืองนอกก็ไม่มี พอเห็นพวกนักศึกษาที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอวยเข้าหน่อยก็คิดว่าตัวเองเก่งแล้ว?หึ!คนอย่างเจียวเหมิงเซิงจะมาเทียบกับตัวเขาได้อย่างไร!อาจารย์คนอื่นๆ ในคณะกับพวกผู้บริหารต่างก็ตาบอดกันทั้งนั้น!พอชื่อของตัวเองถูกคัดทิ้ง เหรินฉงก็รู้แล้วว่าอุปสรรคชิ้นโตได้ปรากฏขึ้นแล้วก่อนหน้าที่จะกลับจากเมืองนอกเหรินฉงได้รู้จักกับคนใหม่ๆ หลายคนในงานเลี้ยง หนึ่