ัวนี้ ถ้าเกิดเป็นเพราะแมวตัวนี้จริงๆ ล่ะก็ ฉันจะ…”หยวนจืออี๋มองไปรอบๆ แล้วสายตาก็ไปตกอยู่ที่บนโต๊ะอาหาร บนนั้นมีชามโจ๊กข้าวกล้องชามใหญ่ที่กินเหลืออยู่ มันเย็นชืดหมดแล้ว โจ๊กก็จับตัวกันจนเหนียวหนืด“ฉันจะวางชามโจ๊กไว้บนหัวตอนออกไปข้างนอกเลยเอ้า”หยวนจืออี๋พูดขณะที่กำลังฟังพวกเขาคุยกัน หูของเจิ้งทั่นก็ขยับ เขาหันไปทางประตูทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเคาะประตู“ใคร นายนั่งเถอะ เดี๋ยวฉันไปเปิดให้” หยวนจืออี๋โบกมือให้พ่อเจียวหย่วนนั่งลง ส่วนเขาเดินกะเผลกไปเปิดประตู เพราะนั่งยองๆ นานจนขาเริ่มชาหยวนจืออี๋ยังคงบ่นเรื่องเมื่อครู่ไม่จบ แต่พอเปิดประตูเท่านั้น เขาก็รู้สึกเหมือนโดนหักคอ ส่งเสียงพูดไม่ออกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า คือคนที่เขาเพิ่งได้เจอเมื่อวาน เจ้าของนามบัตรที่อยู่ในกระเป๋าของเขา!“ประ ประ ประธานจ้าว!” หยวนจืออี๋ช็อคสุดขีดจนพูดติดอ่างไม่เพียงแต่หยวนจืออี๋ที่ประหลาดใจเท่านั้น แม้แต่พ่อเจียวหย่วนก็นึกไม่ถึงว่าคนอย่างประธานจ้าวที่งานรัดตัวตลอดเวลาจะมาหาถึงบ้าน ตอนนี้พวกเขายังนึกถึงสาเหตุของเรื่องเก่าไม่ออกแต่เจ้าตัวก็มาเยือนถึงบ้านแล้วคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือประธานของฉางเว่ยกรุ๊ป ส่วนด้านหลังของท่านมีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่เพราะหยวนจืออี๋ยืนบังประตูอยู่ ทำให้เจิ้งทั่นที่หมอบอยู่บนโซฟาแต่ก็ขี้เกียจลุกขึ้นยืน มองไม่เห็นคนที่อยู่ด้านนอก ฟังจากเสียงแล้วเป็นผู้ชายวัยกลางคน แต่เจิ้งทั่นได้กลิ่นน ้าหอมที่คุ้