เหอเทาทำเสียงจิ๊จ๊ะอยู่ในลำคอ เดิมทีเขาอยากจะกระแนะกระแหนหน่อย แต่พอนึกถึงเรื่องที่ตัวเองติดหนี้บุญคุณแมวตัวนั้นแล้วก็กลืนคำพูดลงไป จากนั้นก็เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน“จริงสิ บอกให้เพื่อนนายคนนั้นช่วงนี้ทำตัวดีๆ หน่อย เบื้องบนเขาเอาจริง”“ถึงนายไม่บอกฉันก็จะไปเตือนอยู่แล้ว ช่วงนี้มันเละเทะเกินไป ควรจะจัดระเบียบได้แล้ว”เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการเรื่องทั้งหมดเสร็จแล้ว เหอเทาก็ไม่พูดอะไรให้มากความอีก เขาเอามือตบบ่าเว่ยเหลิง “มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ ถ้าโรงงานนั่นทำเสร็จเมื่อไรแล้วฉันจะไปดูนะ”เว่ยเหลิงโบกมือแสดงถึงการรับรู้แล้ว “นายก็อย่ามัวแต่คิดเรื่องเลื่อนตำแหน่ง ฝีมือตกไปเยอะเลยนะ ถ้าไม่ได้แมวตัวนั้นช่วยไว้ ครั้งนี้คงจบเห่”เหอเทาหัวเราะ “พวกนายไม่คิดบ้างเหรอ ว่าถ้าฉันไม่รีบเลื่อนตำแหน่งแล้วใครจะมาดูแลพวกนาย ไม่งั้นคงต้องไปปั้นหน้ายิ้มติดหนี้บุญคุณคนอื่น”เว่ยเหลิงมองเหอเทาที่เดินออกไปแล้วพ่อควันบุหรี่ออกมากลุ่มใหญ่ จากนั้นก็ทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วเอาเท้าขยี้ พลางหันไปตะโกนเรียกเจิ้งทั่น “ชาร์โคล กลับบ้าน!”เจิ้งทั่นลุกขึ้นบิดขี้เกียจ เขามองไปรอบๆ แล้วหันไปดูแผ่นป้ายโฆษณาอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ไม่ไกล จากนั้นก็สะบัดขนเดินลงมา ขึ้นรถกลับบ้านระหว่างทางกลับเข้าเมืองฉู่หัว เว่ยเหลิงไม่ได้ขี่เร็วมากนักบางครั้งก็มีขี่อ้อมบ้าง คล้ายกับกำลังขี่รถเล่นเมื่อถึงที่พักบุคลากรฝั่งตะวันออกของมหาวิทยาลัยฉู่ห