ครู่หน่อยคือ เจิ้งทั่นใช้เสียงขึ้นจมูกขานรับออกมาหนึ่งที แสดงถึงว่าได้ยินแล้ว ไม่มีอะไรแล้วก็ไปซะ“ชาร์โคล! ลุกขึ้น!” เว่ยเหลิงเรียกเป็นครั้งที่สี่ในที่สุดเจิ้งทั่นก็ขยับตัวบิดขี้เกียจ เขาเอาหัวออกมาจากหมวกฮู้ด หรี่ตามองเว่ยเหลิง จากนั้นก็หาวหนึ่งที รออยู่ห้าวินาทีพอเห็นเว่ยเหลิงไม่พูดอะไรต่อ เขาก็หดหัวกลับเข้าไปแล้วนอนต่อ“ชาร์โคล ตื่นไปวิ่ง!” เว่ยเหลิงแทบจะตะโกนย ้าทีละคำครั้งนี้เจิ้งทั่นเริ่มขยับมากขึ้น เขาสะบัดเสื้อออก บิดขี้เกียจแล้วก็สะบัดขน“……” นึกไม่ถึงว่าปลุกแมวต้องเรียกถึงห้าครั้ง!“นายต้องไปนวดนมแม่* ต้องไปเข้าห้องน ้าหรือเปล่า?” เว่ยเหลิงกัดฟันพูดเจิ้งทั่นเชิ่ดใบหูขึ้น นวดนมแม่เหรอเขาไม่ทำหรอก ให้ทำไปทำกับสาวๆ ดีกว่า เหยียบโซฟามีอะไรน่าสนใจ เจิ้งทั่นรู้สึกว่าพฤติกรรมนวดนมที่เป็นเอกลักษณ์ของแมวนั้นไม่เห็นจะน่ามองเลย โดยเฉพาะพฤติกรรมนี้ยังเป็นความผูกพันแม่ลูกที่สืบทอดพันธุกรรมกันมาอีกต่างหาก แทบจะเป็นลักษณะเฉพาะของแมวเลยก็ว่าได้นวดนมไม่ต้อง แต่เข้าห้องน ้าน่ะต้องพอเห็นแมวดำตัวนั้นวิ่งเข้าห้องน ้าไป เว่ยเหลิงก็มองเพดานอย่างเหนื่อยใจ แมวแบบนี้ ทำไมครอบครัวเจียวถึงได้รักจังนะ!เพราะอุณหภูมิลดลงอย่างฉับพลัน ทำให้เจิ้งทั่นที่เพิ่งออกจากตึกรู้สึกได้ถึงความเย็นจนตัวสั่นดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้น บรรยากาศในมหาวิทยาลัยเงียบมากจะมีก็แต่เสียงลากของที่อยู่ในโรงอาหารเท่านั้น ไม่มีเสียงอื่นเท่าไ