าดูแลตกใจไปจนพอแล้ว เขาทำตามที่เถ้าแก่เจียวบอก เปิดถุงออกเจิ้งทั่นกระโดดเข้าไป จากนั้นก็จ้องอี้ซิน ใช้สายตาส่งสัญญาณบอกว่าให้รีบไปการพูดไม่ได้นี่ไม่สะดวกเลยจริงๆ เมื่อก่อนเจิ้งทั่นคิดว่าคนหูหนวกเป็นใบ้ก็ไม่เห็นมีอะไร ตอนนี้เขาเข้าใจความรู้สึกแล้วเพราะในชีวิตคนเราไม่มีใครมารู้ใจเราได้เสียทุกอย่างอี้ซินไม่เข้าใจสายตาของเจิ้งทั่น เขาแค่ทำตามที่เถ้าแก่เจียวสั่งไว้ จึงถือถุงนั้นวิ่งลงจากตึก พอลงมาถึงชั้นล่างถึงเพิ่งคิดได้ว่าอันที่จริงให้แมววิ่งลงมาเองก็ได้นี่นะอี้ซินพาเจิ้งทั่นขึ้นรถแล้วขี่ไปยังโรงพยาบาลในสังกัดของมหาวิทยาลัยฉู่หัวน่าเสียดาย ที่แม้แต่ขี่จักรยานไปยังมีอุปสรรคออกจากบริเวณที่พักไปได้ไม่ไกล เจิ้งทั่นก็ได้ยินเสียง ‘ตึง’จากนั้นจักรยานก็ค่อยๆ เคลื่อนช้าลงมีเสียงอี้ซินก่นด่าตามมา เจิ้งทั่นที่นั่งอยู่ในถุงที่วางอยู่ในตะกร้าหน้าก้มลงมองก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่พอมองไปด้านหลังก็เห็นโซ่ที่ขาดออกจากกันนอนอยู่บนถนน“……” รถเฮงซวย โซ่ขาดได้ไงเนี่ย! เจิ้งทั่นสบถในใจรถเวียนในมหาวิทยาลัยก็ต้องรออีกสักพัก อีกทั้งยังวิ่งๆหยุดๆ เจิ้งทั่นรอไม่ไหว แท็กซี่ล่ะ? ในมหาวิทยาลัยใครจะไปรู้ว่าจะมีแท็กซี่เข้ามาเมื่อไร ยืมรถคนอื่นเหรอ? จะไปยืมใครได้ตอนนี้แล้วถ้ารถที่อี้ซินยืมมาโซ่ขาดอีก เขาคงได้หงุดหงิดตายเจิ้งทั่นจะได้ว่าตอนที่ลงมาถึงชั้นล่างเขาเห็นรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของพ่อเจียวหย่วนจอดอยู่ พออากาศเริ่มเย็น