ลงบางครั้งพ่อเจียวหย่วนก็เลือกที่จะวิ่งไปที่คณะแทนขณะที่อี้ซินกำลังเกาหัวบิดหน้าเพราะไม่รู้จะทำยังไงดีอยู่นั้น ก็เห็นเจิ้งทั่นกระโดดลงมาจากตะกร้าหน้ารถ แล้ววิ่งกลับไป“นี่ วิ่งไปไหนน่ะ รอก่อนสิ!” อี้ซินร้อนใจ รถหายยังซื้อใหม่ได้ แต่ถ้าแมวหายไปนี่ เขาจะมีหน้าไปพบเถ้าแก่ได้อย่างไรอี้ซินจึงทิ้งรถจักรยานไว้ข้างทางแล้ววิ่งตามแมวไป ยังไงรถนี้ก็เป็นรถมือสอง ไม่มีค่าเท่าไร อีกอย่างรถที่โซ่ขาดในเวลากลางวันแสกๆ แบบนี้ นอกจากเจ้าหน้าที่เก็บขยะแล้วคงไม่มีใครมาเอาหรอกเจิ้งทั่นวิ่งกลับที่พักอย่างรวดเร็ว เขาควานหากุญแจอีกดอกหนึ่งในลิ้นชักโต๊ะหนังสือของพ่อเจียวหย่วนจนเจอ พอคาบกุญแจวิ่งออกมาจากตึกก็เห็นอี้ซินที่กำลังยืนหอบอยู่พอดีเจิ้งทั่นมองอี้ซินแวบหนึ่งแล้ววิ่งไปนั่งที่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของพ่อเจียวหย่วน เขาตีที่เบาะแล้วเอากุญแจวางบนนั้น“……” อี้ซินถึงกับพูดอะไรไม่ออก เอาเถอะ แมวของเถ้าแก่ไม่เหมือนแมวตัวอื่นอยู่แล้วนี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพึ่งพาได้มากกว่าจักรยาน อี้ซินขี่อย่างสบายใจ ไม่ต้องใช้เท้าออกแรงถีบ ตอนนี้เขาไม่มีแรงเหลือจะปั่นจักรยานแล้วสิ่งที่ทำให้เจิ้งทั่นไม่สบอารมณ์ก็คือ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าก็ยังให้ความรู้สึกที่ช้าอยู่ เทียบไม่ได้กับมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ดังนั้นตอนนี้เขาอยากให้ครอบครัวเจียวมีรถยนต์คันเล็กๆ ไว้สักคันจริงๆระหว่างทางไปโรงพยาบาลเจิ้งทั่นคอยมองทางเป็นอย่างดีหากจำทางได้ต่อไปก็ไม่ต้องคอยพึ่