้นไม้เสร็จเจิ้งทั่นก็รู้สึกว่าใกล้ได้เวลาแล้ว คาบเรียนคาบที่สามเพิ่งจะเลิก หลังคาบที่สี่สิ้นสุดเขาจะกลับบ้านกินอาหารกลางวัน จะได้ไม่ต้องกลับไปรอนานเป็นเหมือนดั่งปกติ หากฝึกเสร็จแล้วยังมีเวลาเหลือ เขาจะไปเดินเล่นที่ทะเลสาบสัตว์ที่ดูเชื่องมักจะได้รับความไว้วางใจจากมนุษย์ ดังนั้นสัตว์เลี้ยงหลายตัวจึงกลายเป็นเพื่อนรับฟังที่ดี บางครั้ง ‘เสี่ยวจัว’ก็จะคุยกับเจิ้งทั่น แต่ไม่ได้พูดถึง ‘แผนเอ’ แต่อย่างใด ส่วนใหญ่จะไม่มีอะไรสำคัญเท่าไร อย่างเช่น ‘มาแล้วเหรอ’ ‘หิวไหม’ เป็นต้นบางครั้งเสี่ยวจัวก็จะทำตัวคล้ายๆ กับพ่อเจียวหย่วนคือ พูดเกี่ยวกับเรื่องเฉพาะในแวดวงวิชาการของตัวเอง มีอยู่ครั้งหนึ่งไม่รู้ว่าเสี่ยวจัวกำลังอ่านเรื่องอะไร อยู่ๆ ก็ฉีกมุมกระดาษในสมุดออกมา แล้วก็ฉีกให้เล็กลงไปอีก นำมันวางกองบนสมุด จากนั้นก็หยิบปากกาเซ็นต์ชื่อที่มียางลบติดอยู่ที่หัวท้ายมาถูที่ตัวของเจิ้งทั่นแล้วเอาเข้าไปใกล้ๆ กับเศษกระดาษ เศษกระดาษก็ถูกดูดขึ้นมาเสี่ยวจัวเอาปากกาที่ดูดเศษกระดาษติดขึ้นมายิ้มพลางพูดกับเจิ้งทั่น “ดูสิ นี่เขาเรียกว่าการเสียดสีจนเกิดไฟ แล้วรู้ไหมมันเกิดขึ้นได้ยังไง? จะบอกให้นะ วัตถุเกิดจากอะตอมมารวมกันส่วนนิวเคลียสของอะตอมก็จะประกอบไปด้วยโปรตรอนที่มีประจุไฟฟ้าและนิวตรอนที่ไม่มีประจุไฟฟ้า…”พอเจิ้งทั่นได้ยินประโยคที่ว่า ‘ดูสิ นี่เขาเรียกว่าการเสียดสีจนเกิดไฟ’ ก็แทบจะกระอักเลือดออกมา พอได้ยินคำว่า ‘จะ