ือ ‘ต ่า’ ซึ่งทำให้สามารถพูดออกมาได้คล่องปากกว่า…]พออ่านส่วนนี้แล้วเจิ้งทั่นก็เหล่มองพ่อเจียวหย่วนที่กำลังอ่านอย่างจริงจัง จากนั้นจึงเชิ่ดใบหูขึ้น เอาเถอะ แต่ละคนมีวิธีระบายอารมณ์ไม่เหมือนกัน เขาก็ไม่เข้าใจกระบวนความคิดของพ่อเจียวหย่วนเหมือนกันเจิ้งทั่นกระโดดลงจากโต๊ะหนังสือแล้วเดินไปรับลมที่ระเบียง อากาศยามค ่าคืนเย็นสบาย มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้โชยมา ยังไม่ทันที่เจิ้งทั่นจะได้สูดดมให้เต็มที่ เขาก็ได้ยินเสียงร้องเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ดังมาจากชั้นสี่“ฉันอยู่~ ที่มุมนี้~ กำลังปลูกแตง รดน ้ามันทุกวัน~ คอยดูมันทุกวัน~ มันแตกหน่อ~ ออกดอก~ ออกผล~ เป็นแตงโม~แตงโมลูกใหญ่ๆ~ ฉันกอดมันเอาไว้~~”“……”กอดแตงบ้านแกน่ะสิ!นกแก้วตัวนั้นกำลังคาบฝักบัวรดน ้าอันเล็กๆ ตอนหน้าร้อนมันกินแตงโมแล้วคายเม็ดทิ้งในกระถางดอกไม้ที่อยู่ตรงระเบียงปรากฏว่าเมล็ดนั้นผลิใบออกมา เจ้านกแก้วดีใจจนออกนอกหน้าไปหลายวัน ทุกครั้งที่รดน ้ามันจะร้องเพลง ‘ปลูกแตง’ที่น่าประหลาดก็คือ ต้นอ่อนต้นนั้นมีชีวิตมาได้จนถึงตอนนี้เพราะบางครั้งเจ้านกแก้วจะตามเจ้านายไปทำงานที่ต่างจังหวัดไปทีก็เป็นอาทิตย์ ไม่มีใครคอยรดน ้า อาศัยได้น ้าจากตอนฝนตกเท่านั้นส่วนเรื่องใส่ปุ๋ยน่ะเหรอ หึหึ ขี้นกมีเยอะแยะ ไม่ต้องหนักใจเลยเรื่องนี้เจิ้งทั่นแอบไปส่อง ต้นอ่อนเติบโตขึ้นมาก ก็ไม่รู้ว่าต้นแตงที่น่าสงสารนี้จะยืนหยัดอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นได้นานแค่ไหนอาศัยจังหว