้หลอมศาสตราและโอสถซึ่งเป็นผู้ฝึกตนพเนจรเหล่านั้นก็ล้วนแต่ต้องเข้าร่วมงานชุมนุมครั้งนี้ เพราะการจะได้แสดงพรสวรรค์ในงานชุมนุม และถูกสำนักฉีเป่าหลิวหลีเห็นความสำคัญ เกรงว่าข้อดีนั้นพวกเขาคงสามารถจินตนาการได้แน่นอนว่าผู้ที่เข้าร่วมงานชุมนุมล้วนแต่เป็นรุ่นเยาว์ ปรมาจารย์หลอมศาสตราและโอสถที่มีชื่อเสียงมายาวนานเหล่านั้นคงไม่เข้าร่วมงานชุมนุมเช่นนี้ สำหรับพวกเขาแล้วชื่อเสียงจอมปลอมไม่สำคัญอีกต่อไป ต่อให้พวกเขาได้ชื่อเสียงจากงานชุมนุมก็ไม่เกิดบทบาทอะไรมากนักงานชุมนุมครั้งนี้ เป็นโอกาสครั้งเดียวของรุ่นเยาว์ ไม่ว่าศิษย์แห่งตระกูลใหญ่ทั้งเจ็ดก็ดี หรือศิษย์แห่งตระกูลอื่นก็ดี ล้วนแต่เป็นการแสดงพรสวรรค์และผลงานอันโดดเด่นของพวกเขา เป็นช่วงเวลาที่พวกเขาจะได้แสดงความสง่างามและฝีมือของตนเองทว่าปรมาจารย์หลอมศาสตราและโอสถบางคน ไม่ได้เข้าร่วมงานชุมนุมเช่นนี้เป็นครั้งแรก เพราะงานชุมนุมล้วนแต่จัดขึ้นทุกปีปรมาจารย์หลอมศาสตราและโอสถเหล่านั้น ครั้งก่อนอาจจะได้รับผลลัพธ์ที่ไม่ดีในการแข่งขัน เวลาผ่านไปหลายปี ย่อมก้าวหน้าไม่น้อยพวกเขาจึงต้องกลับมาทวงคืนอำนาจอีกครั้ง เพื่อหวังว่าครั้งนี้อาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
ทุกครั้งที่สำนักฉีเป่าหลิวหลีจัดงานชุมนุม ล้วนต้องมีผู้ดำเนินการสองคน ปีนี้ผู้ดำเนินการสองคนนี้ก็คือหลิ่วเฉินจื่อผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักฉีเป่าหลิวหลี และเย่าปู้กุยผู้อาวุโสสองคนหนึ่งคือมหาปรมาจารย์หลอมศาสต