่งในป่า คาดว่าน่าจะเป็นของวิเศษอันใดอันหนึ่ง หลังจากนั้นร่างกายก็เบาขึ้น แรงก็เยอะขึ้น แถมสมองยังปลอดโปร่งขึ้นอีกด้วย”
สวีเถาเผยสีหน้าราวกับกำลังพูด ‘ว่าแล้วเชียว’ ก่อนจะเดินกลับไปหาพวกศิษย์ลูกหลานผู้ฝึกยุทธ์ แล้วพูดกับพวกเขา “ต้องขอโทษพวกเจ้าด้วย ข้าพ่ายแพ้แล้ว คงต้องรบกวนพวกเจ้าแล้วล่ะ”
เด็กหนุ่มร่างสูงสง่าคนหนึ่งนามว่า เหอฉางหง เดิมทีมีสีหน้าเฉยเมย บัดนี้กลับเผยความขุ่นเคืองออกมา ยืนขึ้นอย่างหยิ่งผยอง “หลี่ลี่ อย่าได้อวดดี ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มอะไรนั่น ข้ามิได้ใส่ใจ เพียงแต่เจ้าเป็นคนบังคับให้ข้าลงมือ พวกเรากลุ่มศิษย์ลูกหลานผู้ฝึกยุทธ์จะเสียชื่อเสียงเช่นนี้ไม่ได้ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มไม่ใช่ของลูกหลานของผู้ฝึกยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่?”
คำพูดของเขาทำให้หลี่ลี่ยิ้มมุมปาก “ทุกสิ่งย่อมมีการเริ่มต้น หากเริ่มจากข้าก็ไม่ถือว่ามีแล้วหรือ?”
เหอฉางหงเยาะหยัน “อาศัยลมปราณห้าหกเส้นกับวิชาหมัดสามกระบวนท่าของเจ้า คิดจะเป็นหัวหน้ากลุ่มงั้นหรือ? ฝันไปเถอะ”
ทันใดนั้น เหอฉางหงกางมือทั้งสองข้างออกมา มองเห็นนิ้วทั้งสี่ของมือทั้งสองข้างกลายเป็นสีเขียว
“กำปั้นทั้งสองข้างต้องแข็งแกร่ง จึงจะสามารถแสดงพลังของวิชา ‘หมัดเก้าทลาย’ ได้อย่างเต็มที่ บัดนี้ ข้าฝึกฝนวิชามวยได้แปดกระบวนท่าแล้ว เจ้ายังกล้าสู้กับข้าอีกหรือ? เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าพิการ อาจารย์ต้องหาข้ออ้างไล่เจ้าออกจากสำนักนอกเป็นแน่ ยอมศิ