โรราบต่อหน้าข้า แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”
หลี่ลี่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะกางมือทั้งสองข้างของตัวเองออกมาเช่นกัน ทันใดนั้น นิ้วมือทั้งสี่นิ้วจากทั้งสองข้างก็พลันเปลี่ยนเป็นสีเขียวด้วย จากนั้นเขาก็ตั้งท่าหมัดทลาย•ชง(รุจหน้า) เพื่อเป็นการเชื้อเชิญให้เหอฉางหงเข้ามาโจมตี
สีหน้าของเหอฉางหงเปลี่ยนไป “เจ้าหนู นี่เจ้าแสร้งเป็นไม่รู้เรื่องงั้นหรือ?”
ส่วนสวีเถาที่ยืนดูอยู่ด้านข้าง สีหน้าซีดเผือด ยอมรับอย่างหมดใจแล้ว
เหอฉางหงบุกโจมตีก่อน โถมหมัดเข้าใส่หลี่ลี่ แสดงให้ห็นว่าแข็งแกร่งกว่าสวีเถามาก หลี่ลี่จึงไม่กล้าประมาท รีบใช้วิชามวยรับมือกับอีกฝ่ายทันที
ผ่านไปสามกระบวนท่า ในที่สุดคนทั้งสองก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องปะทะกันตรง ๆ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว เหอฉางหงถอยหลังไปหลายก้าว สีหน้าซีดเผือด เผยความตกตะลึงออกมา แววตามากด้วยความเหลือเชื่อจนไม่อาจจะขยับไปไหนได้
หลี่ลี่กับเหอฉางหง ต่างก็ฝึกวิชามวยได้แปดเก้ากระบวนท่า วิชา ‘หมัดเก้าทลาย’ เป็นเพียงวิชามวยขั้นพื้นฐาน ดังนั้นทั้งสองต่างก็ไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกันด้วยกระบวนท่า จึงได้แต่ประลองพลังกันตรง ๆ
เพราะก่อนหน้าหลี่ลี่กังวลว่าจะรับมือเหอฉางหงไม่ไหว จึงใช้พลังทั้งหมดที่มี ผลปรากฏว่าเขาสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ในการต่อสู้เพียงหมัดเดียวเสียด้วยซ้ำ
ถึงเวลาต้องแสดงให้เห็นถึงความห่างชั้นแล้ว บุรุษหนุ่มจากเผ่าทมิฬเอ่ยเสียงดัง “ยังมีผู้ใดไม่ยอมรับอีกหรือไม่? พวกเจ้ากลุ่มศ