ก็ลืมยก กลับไป
เซี่ยเวยนั่งลงอีกครั้ง
เขาเอนพิงเก้าอี้ กะพริบตา เมื่อเห็นว่าความเงียบสงบหวนคืนยัง หอซีหน่วนอีกครั้ง มือของเขาก็ตกลงด้านข้าง พู่กันชุ่มหมึกชาดร่วงจาก นิ้วมือที่หลวมคลายร่วงสู่พื้น
ความเวิ้งว่างมหึมาเข้าชำแรก
เซี่ยเวยหลับตาแล้วผล็อยหลับ
ทว่ากระทั่งอาศัยฤทธิ์ของผงห้าศิลาผสมกำยานก็ยังหลับได้เพียง ตื้น ๆ
พอตื่นมาอีกที กลิ่นกำยานก็หายไปแล้ว
เขามองเอกสารราชการกองพะเนินถึงค่อยนึกได้ว่ายังมีเรื่องยังไม่ได้จัดการอีกหลายอย่างกระทั่งยื่นมือออกไปหยิบพู่กันด้ามใหม่ที่แขวนบน แท่น สายตากลับแลเห็นถ้วยน้ำแกงโสมเย็นชืดซึ่งวางอยู่มุมโต๊ะเงียบ ๆ
เหล่าขันทีเข้าเวรยืนเฝั้าอยู่นอกประตูตำหนัก
ผ่านไปเนิ่นนานพลันได้ยินเสียงเรียกจากด้านใน“เข้ามานี่”
พวกเขาสะดุ้งโหยง ลนลานเข้าไปฟังคำสั่ง
เซี่ยเวยที่นั่งอยู่หลังโต๊ะเอ่ยถาม “เมื่อคืนมีใครเข้ามา”คนทั้งหลายหันมองหน้ากัน ส่ายหน้างุนงง
เซี่ยเวยหลับตาลงช้า ๆ เปลี่ยนคำถามใหม่“เมื่อคืนเป็นเวรยามของ ใคร”
ขณะนั้นก็มีขันทีน้อยผู้หนึ่งในกลุ่มเข่าอ่อนยวบ ทรุดลงคุกเข่าโขก ศีรษะซ้ำ ๆ ด้วยทราบว่าท่าจะไม่ดีแล้วจึงร้องไห้อ้อนวอน “ท่านราชครูโปรดไว้ชีวิตด้วยเถิด ท่านราชครูโปรดไว้ชีวิตด้วยเถิด! เป็นเพราะฮองเฮา ทรงร้องขอ บ่าวคล้ายถูกภูตผีดลใจไปชั่ววูบถึงตอบรับคำขอของพระองค์ท่านราชครูโปรดไว้ชีวิตด้วย…”
“…”
เซี่ยเวยกำนิ้วข้างลำตัว คล้ายกับมีความเจ็บปวดทื่อ ๆ ซึ่งกรายเข