้ามาช้ากว่าที่ควรไปมากไหลผ่านร่าง ทำให้เขาต้องเหม่อลอยไปชั่วขณะ
นอกประตูเป็นยามสี่ใกล้รุ่งแล้ว
5) นอกประตู
กำแพงวังทั้งสี่ด้านในพระราชวังต้องห้ามที่ผ่านการเข่นฆ่ามาล้วนแต่เป็นเกราะอาวุธ
ยิ่งเป็นหน้าหนาวเย็นยะเยือก ก็ยิ่งทวีความร้ายกาจ
เหล่านางกำนัลลดจำนวนลงกว่าเดิม ปกติล้วนไม่ออกนอกประตู หรือหากออกก็ไม่กล้าเงยหน้ามองไปรอบ ๆ เป็นเหตุให้ตามทางเดินร้างผู้คน กระทั่งตำหนักคุนหนิงที่มักอึกทึกคึกคักในกาลก่อนก็เสมือนคุกจองจำ ผู้วายชนม์
ยามฟั้าไม่ทันสว่าง เซี่ยเวยก็หยุดฝีเท้าจ้องมองนอกประตูตำหนักอยู่เนิ่นนาน
หมึกชาดจากเมื่อคืนที่เปือนร่องนิ้วยังเช็ดไม่สะอาด
เขาหลุบตามองผาดหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเข้าไป
เมื่อขันทีน้อยที่ยืนเฝั้าทั้งสองด้านเห็นเขาก็ตกใจ พากันคุกเข่าก้ม ศีรษะคารวะ
เซี่ยเวยทำแค่สะบัดมือเบา ๆ
คำน้อมทักทายที่กำลังจะโพล่งออกปากจึงกลายเป็นเงียบกริบ ไม่กล้าเงยศีรษะด้วยซ้ำ แม้กระทั่งเซี่ยเวยเดินเข้าไปแล้วก็ยังไม่กล้าลุกทันที
ต่อให้การตกแต่งไม่เปลี่ยนแปร แต่พอพระตำหนักโอ่อ่าในกาลก่อน ไร้ซึ่งกลิ่นอายผู้คน ก็ราวกับปกคลุมด้วยความอ้างว้างจากเรื่องราวทางโลก ที่ผันแปร
กรอบหน้าต่างงามวิจิตรปิดด้วยกระดาษหน้าต่างขาวราวหิมะ
เขาเดินไปยังประตูตำหนักที่ถูกปิดแน่นหนายืนนิ่งสักครู่ค่อยยกมือ ไม่รู้ว่าต้องการเคาะประตูหรือจะผลักเข้าไปเลย
ทว่าตอนนั้นเอง เสียงพูดคุยแว่ว ๆ ก็ลอดออกมาจากภายใน
เป็นสตรีสองนา