งแล้วแค่นเสียงเบาๆ “ฮองเฮาเองก็ยั่วยวนจางเจอเช่นนี้หรือ”
บนดวงหน้างดงามสะกดสายตาพลันบังเกิดความงุนงงแวบหนึ่ง จากนั้นจึงแปรเป็นซีดขาว
เหมือนถูกคนใช้มีดแทงเข้าทีหนึ่งกระนั้น
มือขาวเนียนของนางถึงขั้นยังไม่ทันชักกลับจากถ้วยกระเบื้องใส่ น้ำแกงก็สั่นเทิ้ม เผยให้เห็นความรู้สึกผิดและตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก
สิ่งนี้ทำให้เซี่ยเวยนึกถึงเรื่องที่เขาเคยพานพบขึ้นมาอย่างง่ายดาย ร่างกายที่เกี่ยวกระหวัด กลิ่นเหงื่อที่หยดไหล ท่วงท่าเย้ายวนชวนลุ่มหลง แม้อยากต่อต้านแต่ก็นึกยินดี
ช่างปลุกกระตุ้นความปรารถนาที่ไม่อาจให้ผู้อื่นล่วงรู้ได้ดีนัก
เขาหัวเราะเบา ๆ สายตามองเห็นข้อมือที่พักอยู่บนโต๊ะของนางก็คว้าไว้ ปลายนิ้วร้อนลวกค่อย ๆ ลูบไล้บนผิวที่เดิมสมควรมีแผลเป็นจาง ๆแต่บัดนี้แทบขาวนวลเนียนประดุจหยก และแล้วความไม่พอใจก็ค่อย ๆ ลุกโชน
นางในฝันลวงตาจากฤทธิ์ยาดูหวาดกลัวเขาอย่างยิ่ง คล้ายสำนึก เสียใจ คล้ายไม่ยินดีอีกต่อไป พยายามออกแรงดึงมือกลับแต่ก็ทำได้เพียงสะอื้นไห้ “ข้าเพียงนึกว่าก่อนนี้เคยร่วมทางกับท่านราชครู บัดนี้ตกอยู่ใน ภาวะสิ้นหวัง ไม่บังอาจหวังให้ท่านอภัย เพียงขอพื้นที่สักน้อยให้…ให้ได้ พึ่งพาอาศัย ทั้งยังขอท่าน ขอให้ท่านเมต…เมต…”
คำว่า ‘ตา’ มาอยู่ที่ริมฝีปากแล้วแท้ ๆ
แต่สุดท้ายไม่ว่าอย่างไรนางก็พูดไม่ออกเซี่ยเวยออกแรงกดนิ้วที่จับข้อมือนางเพิ่มอีกค่อย ๆ ลากเล็บกรีด เป็นรอยเลือดเล็ก ๆ
นางเจ็บจนน้ำตาไหล