้าของเจียงเสวี่ยหนิงพลัน แดงซ่าน ยามอารมณ์ลึกล้ำถึงขีดสุดก็แยกเขี้ยวกางเล็บคิดหลบหนี ทว่าปลายเท้าเพิ่งแตะพื้นก็อ่อนยวบแทบทรุด ดีที่คว้าโต๊ะหนังสือตรงหน้า ได้ทัน
คราวนี้ยิ่งเหมือนใส่ปลาลงกระทะ
ยืนทอดอยู่ข้าง ๆ ครู่หนึ่งก็เปลี่ยนเป็นว่าง่ายไร้เรี่ยวแรง
ดีที่เซี่ยเวยประคองเอวนางจากด้านหลัง
ภูเขาหิมะสั่นกระเพื่อม เผยให้เห็นปลายยอดละมุนครั้นหมดแรงนางก็ทุบโต๊ะด้วยความโกรธและอับอาย “เหตุใดท่านจึงเลวร้ายได้ขนาดนี้เนี่ย!”
เซี่ยเวยโอบนางขึ้นมาจุมพิตดูดดื่ม
นัยน์ตาแฝงรอยยิ้มคู่นั้นจริงจังเป็นที่สุด “ข้าชั่วร้ายกว่าที่เจ้าคิดสามส่วนเสมอ”
ไม่ใช่คำพูดดีงามชัด ๆ แต่เจียงเสวี่ยหนิงกลับถูกสายตาจริงจังของคนผู้นี้เล่นงานจนมึน พ่ายแพ้ราบคาบ
กอดเขาไว้ครู่หนึ่งจึงค่อยถาม “เหตุใดกระทั่งมีดก็ซ่อนเอาไว้ในลิ้นชักเล่า”ต่อไปไม่ต้องใช้แล้วหรือไร
หรือว่าไม่จำเป็นต้องปั้องกันเหตุไม่คาดฝันใดอีก
ลูกกระเดือกของเซี่ยเวยขยับขึ้นลง จับจ้องมองขนตาเปียกชื้นของนางเงียบ ๆ เป็นนานท้ายที่สุดก็มิได้ตอบคำ เพียงใช้ริมฝีปากแฝงความอบอุ่นประทับจุมพิตเบา ๆ ตรงขอบตาของนาง
มีดดาบใต้หล้า ล้วนใช้ฆ่าคน
มีดดาบมากมายใช้สังหารผู้อื่น แต่ไม่ใช่ทุกเล่มจะนำมาใช้สังหาร ผู้อื่นเขาชิดใกล้นางยิ่ง ใช้เสียงแหบพร่าทุ้มต่ำจนใกล้เคียงความลุ่มหลง มากสิเน่หาตอบนางคล้ายให้คำมั่นสัญญา “เจียงเสวี่ยหนิง ข้าเป็นของเจ้า”