นเจือกลิ่นลมหายใจหวานสดชื่นประทับ ลงบนริมฝีปากเซี่ยเวย ไล้ตามริมฝีปากบางที่ยกมุมยิ้มน้อย ๆ หลังลังเลอยู่ ชั่วครู่ก็แอบสอดลิ้นเรียวล่วงลึกเข้าไปในโพรงปากเขาหัวใจเต้นระรัวขึ้นหลายส่วนทันควัน
น้อยครั้งนักที่นางจะเป็นฝั่ายรุกเร้า ทว่ายังไม่ทันทำอะไรมากกว่านี้ก็แก้มแดงก่ำเหมือนผลท้อเสียแล้ว ยิ่งเขินอายลังเลจะบอกกล่าว ก็ยิ่งทำให้ใจเต้นตึกตักราวกระหน่ำตีกลอง
สองตาของเซี่ยเวยตรึงที่นาง สุ้มเสียงแหบพร่า “เจ้าต้องรนหาที่ตาย ให้ได้เลยหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงนึกเสียใจโดยพลัน
นางแค่รู้สึกว่ายากนักที่คนผู้นี้ไม่พอใจแล้วจะยอมบอกกล่าวกัน ง่าย ๆ ดังนั้นควรตกรางวัลให้สักหน่อย ไม่คิดจะถูกเขารั้งไว้ที่นี่ค่อนคืน จึงขยับร่างหมายจะหลบหนี
ทว่าตัวอยู่บนตักเซี่ยเวยแล้วยังจะหนีไปไหนได้อีก
สายไปนานแล้ว
เขาจับตัวนางไว้อย่างง่ายดาย
ไม่แม้แต่จะขยับย้ายที่สักนิด
มือเริ่มลูบไล้เคล้นคลึง ชักพาอารมณ์นางให้เตลิดจนหยาดน้ำเยิ้มฉ่ำ ฝั่าเท้าขาวนวลใต้ถุงเท้าไหมห้อยส่ายไม่ติดพื้น นิ้วเท้าซึ่งเล็มเล็บมนเข้ารูปจิกเกร็งดุจไม่อาจทานทน
แล้วจึงกดร่างเข้าไปอย่างแช่มช้า
นางไร้หนทางร้องขอความช่วยเหลือ ริมฝีปากเผยออ้าประหนึ่งปลา จมน้ำ ครั้นชำแรกลึกจนสุด ความรู้สึกหนึ่งก็เริ่มตีขึ้นมาทีละน้อยจนน้ำตาคลอ หนังศีรษะชาซ่าน
เจียงเสวี่ยหนิงร้องคร่ำครวญ “ปล่อยข้าเถิดจะตายอยู่แล้ว”
เซี่ยเวยยิ้ม “สุขเจียนตายหรือ”ติ่งหูขาวดุจหยกตลอดจนทั่วทั้งใบหน