วง บัดนี้ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ในพระราชวังเขาจึงเป็นผู้รับผิดชอบดูแลใบหน้าหล่อเหลาสะอาดตานั้นยังคงเฉกเช่นกาลก่อน
ครั้นเห็นเจียงเสวี่ยหนิงก็ผุดยิ้มน้อย ๆ แล้วกล่าวว่า “บัดนี้ตำหนัก คุนหนิงว่างเปล่า ที่ทางกว้างขวางโอ่อ่า เปรียบกับทางสำนักพระราชวังที่ออกจะคับแคบแล้วนับว่าเหมาะสมจะปรึกษาราชการมากกว่า อีกทั้ง อยู่ใกล้ตำหนักเฉียนชิงฝืนนับได้ว่าอยู่ใจกลางพระราชวัง ไปไหนมาไหนก็สะดวก องค์หญิงใหญ่จึงมีรับสั่งให้เชิญท่านย้ายออกจากเรือนหยางจื่ออัน คับแคบมาเข้าพักในตำหนักคุนหนิง จะได้ไม่ต้องลำบากเหน็ดเหนื่อยทั้งวันขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงอ้าปากค้างนางทราบว่าตำหนักคุนหนิงสำคัญอย่างไรยามนั้นจึงปฏิเสธ
แต่ทว่า…
นางย่นจมูกน้อย ๆ พอนึกถึงเหล่าบัณฑิตเฒ่าก็มีน้ำโห “ข้ารู้ความไม่ตอบรับ พวกมันก็ยังจะก่นด่าข้า ข้าเป็นคนอดทนอดกลั้นขนาดนั้นหรือข้านอนคิดอยู่คืนหนึ่ง วันรุ่งขึ้นเลยย้ายเข้าไปเสียเลย แน่จริงก็มาสู้กับข้าสิ!”
คิดว่าชาติก่อนนางเป็นใครกัน
ไม่ว่าใครจะเป็นฮ่องเต้ นางล้วนต้องการเป็นฮองเฮาบัดนี้เสิ่นจื่ออีแค่มอบตำหนักคุนหนิงให้ ตาเฒ่าพวกนั้นก็พูดไปเรื่อย ไม่หยุดหย่อนทุกวันผ่านมาสองชาติแล้วผู้ชิงชังนางก็ยังคงชิงชัง!
ในที่สุดเซี่ยเวยก็ถูกสีหน้าเปียมอารมณ์ของนางทำเอาขำ
ยามมุมปากโค้งขึ้น หัวคิ้วก็อิ่มเอิบสดใส
เจียงเสวี่ยหนิงเห็นแล้วดวงตาพร่าพราย อยู่ดีๆ ก็ขยับเข้าไปจูบ คล้ายถูกภูตผีดลใจ ริมฝีปากชุ่มชื้