เสิ่นจื่ออีในชาติก่อนที่เดือดดาลเพราะนางเป็นสตรีทว่าแต่งกายเป็น บุรุษสายตาจึงวูบไหวเล็กน้อย บอกเซี่ยเวยเบา ๆ ว่า“ก็แค่มีพระประสงค์จะดีกับข้าในแบบของพระองค์เท่านั้นเอง”
วันนั้นนางกลับจากการจัดการบัญชีทรัพย์สินในสำนักพระราชวัง แล้วพอดีผ่านตำหนักคุนหนิง
ข้ารับใช้ในวังเดินเข้า ๆ ออก ๆ
นางถามประโยคหนึ่งว่ากำลังทำอะไรกัน
นางกำนัลข้าง ๆ บอกนางว่าฮ่องเต้พระองค์ก่อนสวรรคตแล้ว ตำหนักคุนหนิงทุกยุคทุกสมัยล้วนแต่เป็นที่พำนักของฮองเฮา บัดนี้ยัง ไม่รู้ว่าใครจะเป็นฮ่องเต้ หากฮองเฮาพระองค์ก่อนยังอยู่ที่นี่ย่อมไม่ถูกต้องตามธรรมเนียม ตามระเบียบของบรรพชน เจิ้งฮองเฮาย่อมต้องย้ายออกหลังจากนั้นพระตำหนักแห่งนี้ก็จะว่างเปล่า
แสงตะวันยามพลบค่ำใกล้ลาลับเส้นขอบฟั้า
กำแพงวังสีชาดสะท้อนแสงกระเบื้องเคลือบหลังคาสีทอง ภายใน ประตูใหญ่ของตำหนักคุนหนิงอันคุ้นเคยราวกับมีบรรยากาศของการผลัดเปลี่ยนราชวงศ์ไหลเวียนอยู่จาง ๆ ให้ความรู้สึกว่าสรรพสิ่งยังคงเดิมแต่ผู้คนผันแปรชวนให้นางหวนระลึกถึงชาติก่อน
ทุ่มเทสรรพความคิดเข้าครองคุนหนิง…
แล้วสุดท้ายเล่าคิดเข้าครองกลับกลายเป็นฝังร่าง เป็นทั้งตำหนักและเป็นทั้งสุสาน
วันนั้นนางยืนมองอยู่ด้านนอกครู่ใหญ่ ค่อยแย้มยิ้มแล้วเดินจากไป
ใครจะคิดว่าวันต่อมาเสิ่นจื่ออีจะส่งคนมาหา
เป็นเจิ้งเปั่า
หวังซินอี้อาจารย์ของเขาถูกคนขององครักษ์เสื้อแพรลอบสังหารเมื่อสองเดือนก่อนเพราะจะแอบหนีออกจากเมืองหล