ส่วนใหญ่เซี่ยเวยจะตอบเรียบ ๆ ว่า แล้วแต่
ใต้หล้าจะรุ่งเรืองตกต่ำ ปวงประชาจะเป็นหรือตาย เขามิไยดีแม้แต่ น้อย ถึงขั้นกล่าวได้ว่าไม่เก็บมาใส่ใจเลยสักนิด กระทั่งแสร้งทำยังไม่คิดจะ เสแสร้ง
แต่กระนั้น คำว่า ‘เจียงเสวี่ยหนิง’ นับเป็นข้อยกเว้นโดยสิ้นเชิงสำหรับคนผู้นี้
ทุกคนยังจำได้ว่าเมื่อสามวันก่อน องค์หญิงใหญ่เล่อหยางทรงบังเกิดความคิดชั่วแล่น ตรัสว่าจะเปิดสำนักศึกษาสตรีที่ต้าเฉียนดังเช่นที่พระองค์ทรงศึกษาในตำหนักเฟิงเฉิน ทั้งยังประกาศแก่ใต้หล้าให้สตรีเข้าเรียนรู้ หนังสือได้เช่นเดียวกับบุรุษ
นับแต่โบราณ บุรุษสตรีต่างกันตรงชายสูงหญิงต่ำ
เหตุที่ตอนนั้นเสิ่นจื่ออีทรงได้รับการศึกษา ณตำหนักเฟิงเฉินก็เพราะพระองค์คือองค์หญิง มีศักดิ์ฐานะสูงส่ง มีความแตกต่างอย่างชัดเจนมิหนำซ้ำต้องอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีอีกหนึ่งปีให้หลัง เสิ่นหลาง ในตอนนั้นมีพระราชประสงค์ให้พระกนิษฐาผู้นี้ยินดีและเชื่อฟัง
แม้แต่ตอนนั้นยังเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในราชสำนักและประชาชน
แล้วตอนนี้เหล่าขุนนางชราในสำนักมหาบัณฑิตจะอนุญาตได้อย่างไรขณะนั้นเอง อำมาตย์เหยาก็ขมวดคิ้วกล่าว“สามหลักห้าคุณธรรมว่าไว้ สามีเป็นเสาหลักแก่ภรรยา บัดนี้แผ่นดินกำลังปันปั่วน หากตำแหน่งของหยินหยางยังพลิกกลับอีก ไม่รู้ใต้หล้าจะวุ่นวายเพียงไหน อย่างมาก สตรีก็อ่านตำราสอนสตรี รู้หลักความกตัญูปรองดอง ชำนาญเรื่องในบ้าน จัดการเรือนหลังได้ก็เพียงพอแล้ว