ตำราปราชญ์ทั้งหลายพวกนางจะเรียนรู้ ได้หรือ”
ขณะทุกคนกำลังจะกล่าวคล้อยตาม
ไม่นึกว่าด้านข้างกลับมีเสียงราบเรียบดังขึ้นมาว่า “เหตุใดจะเรียน ไม่ได้”
พอทุกคนได้ยินเสียงดังกล่าว แวบแรกถึงกับไม่ทันตั้งตัว
หลายวันมานี้เซี่ยเวยแทบไม่พูดจาเลยด้วยซ้ำ
แม้แต่การร่างหมายหรือลงความเห็นในสำนักมหาบัณฑิตก็ไม่เข้าร่วม
ครั้นพวกเขาหันตามเสียงแล้วเห็นเซี่ยเวยวางตำราเงยหน้ามอง เหงื่อเย็นเยียบก็แทบหลั่งท่วมศีรษะ
อำมาตย์เหยาแม้มีตำแหน่งเทียบเท่าเซี่ยเวยทว่าจากเรื่องเมื่อสองเดือนก่อน ใครยังไม่ทราบอีกเล่าว่าบัดนี้เซี่ยเวยมีตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก
เขาเองก็ลนลานอยู่บ้าง
แต่เรื่องนี้สัมพันธ์กับสามหลักห้าคุณธรรม ใจเขาไม่อาจยอมรับเรื่อง เปิดสถานศึกษาสตรี จึงชักสีหน้าพูดเสียงเย็นชา “ปราชญ์โบราณกล่าวว่า สตรีและคนพาลยากจะชุบเลี้ยง ผู้ปกครองใต้หล้าสมควรเป็นบุรุษ หยินหยางพลิกผันฟั้าดินพลิกกลับ ธรรมเนียมที่บรรพชนวางไว้อย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยน! หากเปิดสถานศึกษาสตรี กุลสตรีทั้งหลายย่อมต้องเผยตัว ต่อสาธารณะ ใช้ได้ที่ไหนกัน!”
เซี่ยเวยเคลื่อนสายตาเฉกทะเลลึกอันสงบนิ่งไร้คลื่นลมมองเขา กล่าว แค่ว่า “จากคำของอำมาตย์เหยา สูงต่ำมีความต่าง หากบุรุษอ่านตำราได้ แต่สตรีไม่อาจอ่าน เช่นนั้นกษัตราศึกษาตำรา ขุนนางย่อมไม่อาจศึกษา ปราชญ์ท่องบ่นตำรา คนเขลาไม่อาจท่องบ่น ข้าอ่านตำราได้อำมาตย์เหยาไม่อาจอ่านอย่างนั้นสิ”
ทุกคนได้ฟังก็ใจสะท้าน
————