ไข
เซี่ยเวยก็ทราบจุดนี้และไม่ปฏิเสธ เขาแค่มองมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้หัวใจเป็นพิเศษ “ในเมื่อทรงทราบว่ากระหม่อมระแวง ก็ไม่ควรเสด็จมาพบนางบ่อย ๆ”
นี่หรือคือรองราชครูเซี่ยแห่งตำหนักเฟิงเฉินในอดีตคนนั้น
เสิ่นจื่ออีไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้
ความเดือดดาลปะทุทันที
นางถามเสียงเย็น “นี่คือการแสดงความรักต่อคนคนหนึ่งของท่าน อย่างนั้นหรือ ท่านเคยถามนางหรือเปล่า นางรู้และยินยอมหรือไม่ ใต้หล้าไม่มีกำแพงใดที่ลมผ่านไม่ได้ ไม่มีกระดาษใดที่ห่อไฟไหว นางจิตใจดีงาม ตรงไปตรงมา รักอิสระ แต่ท่านเสแสร้งกลับกลอก ระวังตัวทุกฝีก้าว วางแผนทุกขั้นตอน ไม่ปล่อยให้นางได้รับรู้เรื่องใด ๆ ! ท่านเห็นนางเป็น อะไร นกที่ท่านขังไว้ในกรงหรือ?!”
เซี่ยเวยถามกลับ “แล้วนางต้องรู้เรื่องใด”
เสิ่นจื่ออียิ้มเย็น “ท่านแสร้งทำเป็นจับกุมนิกายสวรรค์ จากนั้นก็ ปล่อยไป ปล่อยให้พวกมันเที่ยวก่อกรรมทำเข็ญ โลกหล้าประสบทุกข-เวทนา! ระหว่างทางที่ผ่านมา มีคนตั้งเท่าใดต้องพลัดที่นาคาที่อยู่ ตกตาย ในไฟสงคราม! ต่อให้ท่านคิดกบฏ ใต้หล้านี้ใครจะขึ้นครองก็ย่อมได้แต่ ชาวบ้านล่ะทำผิดอะไร หากท่านไม่มีอำนาจยับยั้งน่ะยังพอทำเนา แต่ท่าน มี มิหนำซ้ำยังจงใจปล่อยให้พวกมันกระทำเรื่องสามานย์เพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตัว! ในเมื่อท่านอยากล้มราชสำนักครอบครองแผ่นดิน เช่นนั้นก็ทำศึกอย่างสง่าผ่าเผยสิ มิใช่ใช้วิธีการชั้นต่ำเห็นชีวิตคนเป็น ผักปล