เสียงจ้อกแจ้กจอแจด้านนอกปลุกเจียงเสวี่ยหนิงให้ตื่นจากหลับใหล ทว่านางไม่รู้สึกหงุดหงิดแต่อย่างใดเพราะหลับสนิทดี ขณะลุกขึ้นมา ล้างหน้าแต่งตัวก็ถามว่า “เว่ยเหลียงเข้าเมืองมาหรือยัง”
ตอนนี้สาวใช้เหลียนเอ๋อร์กับถังเอ๋อร์อยู่รับใช้ข้างกายนาง
เหลียนเอ๋อร์ที่กำลังหวีผมให้ยิ้มหวานตอบ“เข้าเมืองมาแล้วเจ้าค่ะ เมื่อเช้าแวะมาหาท่านด้วย เจอเซี่ยเซียนเซิงพอดี เขาบอกว่าท่านน่าจะกำลังนอนอยู่ เลยให้คุณชายเว่ยไปดูที่นาด้านนอกเมืองเสียก่อน หากท่าน ตื่นแล้วจะบอกท่านให้ไปพบ เซียนเซิงยังสั่งอีกว่าบ่ายนี้ให้ท่านกลับมาก่อนสักครึ่งชั่วยามเพื่อมาเรียนพิณเจ้าค่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิงนิ่งอึ้ง
นางจำได้ว่าเมื่อคืนเซี่ยเวยบอกว่าเช้านี้ไม่ต้องเรียนพิณ ให้นอน ตื่นสายได้ คิดไม่ถึงว่าตอนเช้าไม่ต้องเรียน แต่ให้ไปเรียนตอนบ่ายแทนกิริยาวาจาเช่นนี้ช่างสมเป็นเซี่ยจวีอันจริง ๆ
แต่นางก็ไม่ติดอะไร
แม้จะได้ยินเหลียนเอ๋อร์บอกว่าเว่ยเหลียงเจอเซี่ยจวีอันก็ไม่คิดอันใดมาก นางกินข้าวต้มเสร็จก็ไปดูเสิ่นจื่ออีก่อน เล่นกับเสิ่นจยาตัวน้อยที่ตอนนี้พูดอ้อแอ้ได้แล้วพักหนึ่ง จากนั้นค่อยให้คนเตรียมรถ ออกไปหาเว่ยเหลียงนอกเมือง
ตอนนางออกจากจวน ข่าวก็มาถึงหูเซี่ยเวย
เจี้ยนซูรายงาน “คุณหนูรองหนิงแวะไปหาองค์หญิงก่อนออกจากจวนขอรับ”
เซี่ยเวยนั่งชงชาอยู่ในศาลา
ดอกตานกุ้ย[1]ที่ปลูกโดยรอบส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ
เขาขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยิน แววอันตรายพาดผ่านนัยน์ตา ท