ง
แต่ถึงอย่างไรพิณที่ซื้อมาก็ไม่ถูกใจเหมือนทำเองอยู่ดี
อีกหน่อยพอมีเวลาว่าง เขาคงต้องทำให้หนิงรองสักคัน
เขาถามขึ้นเมื่อเห็นเจี้ยนซูกลับเข้ามา “นางกลับมาแล้วหรือยัง”
เจี้ยนซูคุกเข่าข้างหนึ่ง “คุณหนูรองหนิงกลับมาเร็วเพราะฝนตก ตอนรถม้าวิ่งมาถึงหน้าประตูเมืองก็เจอใต้เท้าจางพอดี นาง…ต้องโทษพวกข้า ที่ทำงานไม่ได้ความ!”
เขาก้มหัวลง ไม่กล้าเงยหน้าแม้แต่เล่าเรื่องให้ชัดเจนก็ยังไม่กล้า
ริมฝีปากซึ่งโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มของเซี่ยเวยชะงักแล้วเลือนหายอย่าง เชื่องช้า ราวกับภาพวาดสีถูกจุ่มน้ำ สีสันที่มีจึงพร่าเลือนทีละน้อยจน กลายเป็นภาพขาวดำอันสงบเงียบ ให้ความรู้สึกน่าพรั่นพรึงเป็นพิเศษ
เซี่ยเวยไม่ได้ตำหนิพวกเขา
สายตาจับจ้องสายพิณที่ยังสั่นน้อย ๆ ถามเสียงเบาว่า “หนิงรองก็เลยไปหาเขาใช่ไหม”
เจี้ยนซูไม่เคยรู้สึกอึดอัดเช่นนี้มาก่อน “เซียนเซิง…”ประหนึ่งมีเหล็กปลายแหลมทิ่มแทงเข้ากลางใจ ปลายนิ้วที่วางบน ตัวพิณค่อย ๆ กำเข้าหากันแน่น อารมณ์ร้ายที่เก็บกักไว้ปะทุขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาหลุบตาลง จับพิณคันนั้นฟาดมุมโต๊ะ
เกิดเสียงดังโครม
ตัวพิณแตกทลาย สายพิณขาดสะบั้น
เขายืนมองอย่างเงียบงันด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
นิ้วเรียวยาวตกลงข้างตัว เศษไม้จากตัวพิณที่แตกบาดจนเลือดสด ๆ ไหลรินเป็นทางนอกหน้าต่างนั้น พายุโหมกระหน่ำ