ลายปีทั้งยังได้รับคำสั่งให้ไป ทำงานบางอย่างแต่เช้าแล้วจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าคำพูดนี้แท้จริงแล้วกำลังหวั่นเกรงอะไรอยู่
กว่าจะหลอกล่อคุณหนูรองหนิงไปได้
หากให้ทั้งคู่มีโอกาสได้มาพบพาน…
แค่ต่างฝั่ายต่างมองหน้า ใจก็สื่อถึงกัน
เซี่ยเวยกลับเข้าห้องอย่างอารมณ์เสียจนต้องหยิบคัมภีร์เต๋ามาอ่าน ครั้นใจสงบเสียงเปาะแปะนอกหน้าต่างก็แว่วเข้ามา ฝนตกแล้วจริง ๆ
ใบไม้ในฤดูสารทเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เงียบเหงาและเหน็บหนาว
หลังเหม่อมองครู่หนึ่ง ความรู้สึกหงุดหงิดของเขาก็อันตรธาน คิดได้ ว่าอีกไม่นานหนิงรองก็กลับมาเรียนพิณแล้ว เขาจึงวางคัมภีร์เต๋า หยิบพิณ ที่แขวนบนผนังลงมาเปิดห่อพิณ แล้วเริ่มปรับสายอย่างระมัดระวัง
เมื่อวานตอนฟังหนิงรองบรรเลง สายพิณเส้นหนึ่งหย่อนไป แม้เสียง ที่บรรเลงจะเพี้ยนแค่เล็กน้อย แต่หากไม่ปรับแก้ เสียงก็จะเพี้ยนขึ้นเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าสุดท้ายจะเพี้ยนไปถึงไหน
นิ้วเรียวยาวค่อย ๆ ขันสายแน่นขึ้นทีละน้อยด้านนอกฝนตก เจ้าตัวแสบกับเว่ยเหลียงคงไม่ได้ทำงานในท้องไร่ กันต่อ คงกลับมาเร็วขึ้นกระมัง คิดได้ดังนี้เซี่ยเวยจึงหยุดนิ้ว แล้วสั่งเจี้ยนซู ไปว่า “ด้านนอกอากาศหนาว ฝนก็ตกหนัก ให้ห้องครัวทำน้ำขิงไล่หนาวเตรียมไว้”
เจี้ยนซูรับคำสั่งแล้วเดินออกไป
ทว่าเมื่อกลับเข้ามา กลับมีท่าทีแปลกพิกล
เซี่ยเวยที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะมือหนึ่งประคองพิณอีกมือดีดสายที่เพิ่งปรับ แก้เสร็จ เสียงพิณดังพลิ้วริมฝีปากเขายกเป็นรอยยิ้มบา