ื่ออีก็เคยมีบุญคุณกับเจียงเสวี่ยหนิง ทั้งยัง มีประโยชน์อยู่ เขาจึงไม่ได้สั่งคนไปสืบว่าสิ่งนั้นคืออะไร ในขณะที่ตัว เสิ่นจื่ออีเองก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวผิดปกติ
วันนี้มีจางเจอโผล่มาอีกคน…
แต่เรื่องที่ควรทำอย่างลับ ๆ ไยเขากลับบอกเซี่ยเวยอย่างเปิดเผย เยี่ยงนี้
เจี้ยนซูขมวดคิ้ว “ส่งคนไปขวางดีหรือไม่ขอรับ”
เซี่ยเวยไพล่นึกไปถึงตอนอยู่ทงโจว เขาเคยสั่งให้เตาฉินและเจี้ยนซูไปค้นหาจดหมายลับยามตนใช้ตัวตนตู้จวินเขียนติดต่อกับนิกายสวรรค์ แต่จดหมายกลับหายไป จากนั้นไม่นานก็ตกไปอยู่ในมือของจางเจอ ทว่า อีกฝั่ายก็ไม่ได้นำสิ่งนี้ไปทำอะไร เพียงส่งคืนให้
มาตอนนี้ก็พูดถึงเสิ่นจื่ออีอีก…
เขาไม่ถูกกับจางเจอ เรื่องนี้ต่างฝั่ายต่างรู้กันดีอีกทั้งเขาก็ไม่คิดหรอกว่าคนแปลกแยกไม่สุงสิงกับใครเช่นอีกฝั่ายจะมาสมัครเป็นพรรคพวกกับตน หากกล่าวกันตามจริง เขาคิดจะฆ่าจางเจอเสียด้วยซ้ำในตอนที่อีกฝั่ายนำจดหมายลับมาคืน
แต่ตอนนั้นจางเจอเป็นชายในดวงใจของหนิงรอง…
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เซี่ยเวยก็เม้มริมฝีปากบางแน่น สีหน้าเคลือบด้วยความหนาวเย็นประดุจหิมะ เขาข่มอารมณ์ที่ปะทุแล้วบอกว่า “ไม่ต้อง”
เขาไม่ได้กลัวปัญหา
หากแต่กลัวการไม่รู้ว่ามีปัญหานั้นอยู่
เมื่อเห็นฟั้าครึ้มฝนก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ เขาพูดทิ้งท้ายก่อนสะบัด แขนเสื้อเดินจากไป “หลังพบเสิ่นจื่ออี ให้เขารีบจากไปโดยไว อยู่ในเมืองต่อเค่อเดียวก็ไม่ได้!”
เตาฉินและเจี้ยนซูติดตามเขามาตั้งห