ย กำจัดกบฏให้พ้นจากวังหลวงได้อย่างแน่นอน”
นี่ถือเป็นการไล่แขกอย่างเปิดเผย
จางเจอไม่มีทางฟังไม่เข้าใจ
เพียงแต่การที่เสิ่นหลางส่งเขามาเกลี้ยกล่อมเซี่ยเวยนั้นถือเป็น ฉากหน้า เขาจะพบหรือไม่พบเซี่ยเวยกับเยี่ยนหลิน รวมทั้งจะมีผลการ เจรจาเป็นเช่นไรล้วนไม่สำคัญสายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดมา
ขอบฟั้าที่เคยมีเมฆขาวกลับถูกแทนที่ด้วยพยับเมฆขนาดใหญ่ แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมายังขั้นบันไดอย่างเกียจคร้านก็พลันอ่อนจาง
ดูท่าว่าฝนจะตก
เขาซึ่งยืนอยู่ด้านล่างศาลาเงยหน้ามอง ที่นี่เวลานี้ทำให้เขานึกไปถึง ที่นั่นในช่วงเวลานั้น
ฤดูคิมหันต์ผันผ่านไปแล้ว
เมื่อฝนฤดูสารทโปรยปราย ลมหนาวก็พัดมาจวนแห่งนี้มิได้มีดอกบัวและใบบัวเต็มสระเหมือนที่พระราชวังฤดูร้อนในยามนั้นเลย
ตอนนี้เขาควรคารวะลาเซี่ยเวยสักที
ทว่าเขากลับหยุดชะงักขณะกำลังจะหมุนตัว
จางเจอช้อนดวงตาคมกริบไม่เจือแววกลิ้งกลอกมองเซี่ยเวยชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยว่า “เสิ่นหลางส่งข้ามาเจรจานั้นเป็นเรื่องเท็จ แต่เรื่องทรงให้ข้าลอบพบองค์หญิงพร้อมถวายของสิ่งหนึ่งให้พระองค์คือเรื่องจริง”
นัยน์ตาเซี่ยเวยไหววูบแต่หลังจากนั้นจางเจอก็ไม่พูดอะไรอีก เขาทำเพียงประสานมือคารวะ หมุนกายเดินลงบันไดแล้วตรงไปเข้าพบเสิ่นจื่ออี
เตาฉินและเจี้ยนซูที่ยืนคอยรับใช้อยู่ด้านข้างต่างประหลาดใจ
ตอนโจวอิ๋นจือไปเมืองซินโจวก่อนหน้านี้ก็มอบของบางอย่างให้ องค์หญิงเช่นกัน
เรื่องนี้เซี่ยเวยทราบดี
ทว่าอย่างไรเสียเสิ่นจ