ตัณหาอันแปดเปือนและบีบคั้น
มีเพียงความหลงใหลอันแรงกล้า
เงาร่างทั้งสองซ้อนทับกันริมหน้าต่าง แสงตะวันสาดอาบเรือนผม ของนาง เส้นผมนุ่มลื่นดำขลับแผ่สยายบนชายแขนเสื้อที่ห้อยตกของเขาปกคลุมดุจสายรุ้งอ่อนโยนสงบนิ่งหลังลมฝนคล้ายกำลังคลอเคลีย กันและกัน อบอุ่นอย่างยากจะบรรยาย
ยามหลี่ว์เสี่ยนมาถึง ภายในเรือนก็เงียบลงแล้ว
เจี้ยนซูอารักขาอยู่ด้านนอก
หลี่ว์เสี่ยนมองประตูที่ปิดอยู่ ขมวดคิ้วถาม“นัดหมายเวลากันไว้ดิบดี ข้ารออยู่ที่นั่นตั้งนานแล้ว ไฉนเซียนเซิงของพวกเจ้ายังไม่มาอีก”
เจี้ยนซูตอบเสียงค่อย “คุณหนูรองหนิงอยู่ข้างในขอรับ”หลี่ว์เสี่ยนไม่พูดอะไรต่อ
แต่เพราะที่นี่เงียบสงบ แม้ประตูจะปิดเซี่ยเวยก็ได้ยิน เขาจึงค่อย ๆ วางร่างเจียงเสวี่ยหนิงใช้หมอนนุ่มรองใต้ศีรษะนาง ทั้งยังขยับโต๊ะเหลี่ยม ออกไปด้านข้าง แม้จะเป็นปลายฤดูใบไม้ผลิก็ยังกลัวว่าหากนอนแบบนี้ จะเป็นหวัด เขาจึงเอาผ้าห่มผืนบางออกมาจากอีกด้านของตั่ง คลี่ห่มให้ นางอย่างเชื่องช้าอ่อนโยน ก่อนจะเก็บชายผ้าเข้ามุมให้เรียบร้อย
ใบหน้ายามหลับฝันของนางช่างงดงามน่าพิศ
เซี่ยเวยยืนอยู่ข้างเตียง พินิจริมฝีปากชวนชมพลันนึกถึงผลอิงเถา สีแดงดั่งทับทิมท่ามกลางใบเขียวดุจหยกที่นอกหอชิ่งอวี๋เมื่อครั้งวัยเยาว์ เขาจึงอดไม่ไหว โน้มกายลงจุมพิตอีกครา
เมื่อเขาออกมาจากห้องก็ไม่พูดอะไร เพียงหันกลับไปปิดประตูช้า ๆ แล้วพูดกับเสียวเปั่าที่อยู่ทางด้านข้างว่า “คอยดูไว้ อย่าให้ใ