มแล้ว
คนที่ยังพอมีเรี่ยวแรงครั้นได้ยินเสียงฝีเท้าก็เงยหน้า ยามเห็นว่าเป็นเซี่ยเวยก็ตวาดลั่นถลึงตากว้างแทบถลน “โจรสุนัข! โจรสุนัขตู้จวิน!เก่งกล้านักก็ปล่อยปูั่เจ้าลงไปสู้ชี้แพ้ชนะกันซึ่งหน้าสิ!”
นายทหารด้านข้างหวดแส้เหล็กแทบจะทันทีบนร่างที่เกือบไม่มี ผิวปกติหลงเหลือเพิ่มรอยเลือดอีกสายหนึ่ง ปลายแส้ถึงกับกวาดไปถึง หางตาจนยิ่งแลดูน่าสะพรึงเซี่ยเวยหยุดเท้าหันมอง ยังนึกตัวตนคนผู้นี้ไม่ออกจึงถามเจี้ยนซู “นี่ใคร”
เจี้ยนซูเหลือบสายตาแล “หลู่ไท่ขอรับ”
เซี่ยเวยมองครู่หนึ่ง คิดว่าคนผู้นี้ไม่จำเป็นต้องอยู่อีก จึงสั่งเสียงเรียบ “ตัดมือตัดเท้า โยนให้เป็นอาหารสุนัข”
เขาเดินต่อไป
ไม่นาน ด้านหลังก็มีเสียงแผดร้องอย่างทรมาน
กลิ่นคาวเลือดในคุกใต้ดินคล้ายจะเข้มขึ้นหลายส่วน
ด้านในสุดของคุก ว่านซิวจื่อเมื่อได้ยินเสียงแผดร้องโหยหวนที่สะท้อนไปมาก็เผลอกัดฟันกรอด ตัวเขาที่ถูกแขวนพันธนาการบนกำแพงด้วย โซ่เหล็กก็ไม่มีที่ให้ขยับตัวนัก
แต่ถึงกระนั้นบนร่างก็มีบาดแผลไม่มาก
หลายวันมานี้ เขาเป็นคนเดียวในคุกใต้ดินที่ไม่ถูกลงทัณฑ์ทรมาน ทว่าเขาไม่ได้นึกยินดีแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ก้นบึ้งของใจกลับเกิดความหวาดผวาลึกล้ำเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละวันยามได้ยินเสียงพวกคนที่ถูกทรมานก็รู้สึกเหมือนยืนอยู่ในน้ำมันร้อน ๆ ทุกข์ทนยิ่งนัก จะหลับก็หลับ ไม่ลง เอาแต่กลัวว่าสักวันจะมาถึงตาของตน
เขารู้ว่านี่คือการจงใจทรมานเขา
เสียงฝีเท้าที่