ดังจากภายนอกค่อย ๆ ใกล้เข้ามา
กายเขาสั่นเทิ้มรุนแรงขึ้นทีละน้อย แม้แต่โซ่เหล็กที่พันธนาการก็เริ่ม ส่งเสียงเคร้งคร้างเบา ๆดวงตาที่เริ่มมีแววขุ่นมัวเพราะความแก่เฒ่าจับจ้องทางเดินด้านขวาเขม็ง
ในที่สุดเซี่ยเวยก็มาบทที่ 235 โลกหล้าเปียมแผนการ (2)อีกฝั่ายไม่ใช่เด็กอ่อนแอวัยเจ็ดขวบที่สวมชุดรัชทายาทในตอนนั้น อีกแล้ว ยี่สิบกว่าปีผ่านไปเจ้าตัวกลายเป็นอสูรน่าสะพรึง เป็นมารซึ่งกบดานอยู่ในนิกายสวรรค์ ในที่สุดก็ชักมีดโดยไม่ส่งเสียงมาจ่อคอเขาจนได้!
ในยามนี้ ว่านซิวจื่อเดือดดาลอย่างยิ่ง
เขาจับโซ่เหล็กแน่น กระแทกไปข้างหน้าและจ้องเขม็งอย่างดุดัน ราวกับอยากออกไปบีบคอและฆ่าตัวปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นจากความคิดชั่ววูบนั่นทิ้ง!
แต่สุดท้ายก็ออกไปไม่ได้เขาเคียดแค้นสุดระงับ ส่งเสียงคำรามในลำคอ “เดิมทีข้าควรสังหาร เจ้าในดาบเดียว ทิ้งให้เจ้าแข็งตายไปพร้อมเด็กผู้ทรงคุณธรรมทั้งสามร้อย คนยังจะดีกว่าเลี้ยงเสือสร้างเภทภัยในวันนี้ข้าถึงกับพ่ายตกอยู่ในเงื้อมมือเจ้า! ตัวข้าช่วยชีวิตเจ้าไว้นะ เป็นข้าที่เก็บชีวิตเจ้าเอาไว้!”
เจี้ยนซูคว้าเก้าอี้ด้านข้างมาเช็ดฝุั่นบนพื้นผิวก่อนวางลงด้านหลัง เซี่ยเวย
เซี่ยเวยสะบัดแขนเสื้อแล้วนั่งลง
กับคำพูดของว่านซิวจื่อ เขาไม่ได้มีปฏิกิริยาใด เพียงโบกมือเบา ๆ
นายทหารสองนายเดินตรงเข้าไป จับว่านซิวจื่อกดแนบกับผนัง
เขาดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง
แต่ดิ้นรนอย่างไรก็ไม่หลุดพ้น
โต๊ะยาวสกปรกที่ตั้งชิดกำแพ