ราเวลาผ่านไปนานพอสมควรเขาถึงเอ่ยปากพูดอย่างเนิบนาบ “หนิงหนิง ถ้าเจ้าไปชอบคนแบบเซียนเซิง จะเหนื่อยมากเลยนะ”เจียงเสวี่ยหนิงกลับมองคราบเลือดบนพื้น
ราวกับไม่ได้ยินวาจานั้น
ชีวิตคนประดุจความฝัน นางเพียงคิดว่า ข้าเองก็รู้ แต่คนแบบนี้จะให้ข้าลืมไปได้อย่างไร แล้วจะกล้าลืมได้อย่างไร…
*****
“หนิงหนิง”
เสิ่นจื่ออีเดิมทีมาเล่นหมากรุกเป็นเพื่อน แต่เห็นนางกำลังเล่นอยู่ดี ๆ พลันมองหมากตัวหนึ่งอย่างเลื่อนลอยท่าทางเหมือนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว อีกทั้งนัยน์ตาก็ดูกังวลขึ้นมาหลายส่วน จึงเอ่ยเรียกเบา ๆ
เจียงเสวี่ยหนิงถึงได้สติ
เสิ่นจื่ออีเพิ่งเดินทางมาหรู่หนิงหลังเกิดเรื่องได้สองวัน
เดิมทีเจ้าตัวต้องเดินทางพร้อมเยี่ยนหลินทว่าหวงโจวมีทหารประจำการ เช่นนี้แล้วมีหรือจะยินดีให้องค์หญิงอย่างนางไปร่วมรับรู้ด้วยพวกเขา จึงคัดค้านแล้วให้คนเตรียมราชรถ นางจึงได้ออกเดินทางล่าช้ากว่าอยู่หลายวัน
รอจนกระทั่งสถานการณ์เข้าที่ นางจึงเดินทางมาถึง
ข่าวคราวที่เจียงเสวี่ยหนิงกับเซี่ยเวยตกอยู่ในอันตราย เสิ่นจื่ออีก็พอ ได้ยินมาบ้าง
เพียงแต่นางไม่ใช่องค์หญิงไร้เดียงสาเหมือนเมื่อปีนั้นอีกแล้ว
เซี่ยเวยผู้นี้ดูมีจิตใจใสสะอาดรักสงบ ทว่าเมื่อผ่าดูภายในกลับพบแต่ ใจมืดมิดโสมม นางกังวลเพียงว่า คนผู้นี้จะเปรียบเสมือนเหวลึกที่พร้อมดึงเจียงเสวี่ยหนิงให้ตกลงไปในหุบเหว
หากเป็นยามปกติ เจียงเสวี่ยหนิงคงจะสังเกตเห็นสายตาของเสิ่นจื่ออีที่คล้าย