อยากจะพูดแต่ก็ไม่ได้พูดนี้แล้ว ทว่าช่วงสองวันที่ผ่านมาแม้แต่เรื่องของตนยังไม่ค่อยสนใจไยดีมากนักด้วยเหตุนี้รายละเอียดบางอย่างที่เห็น ได้ชัดจึงกลับละเลยไม่ใส่ใจ
ยามนี้ยังมาแย้มยิ้มถามอีกว่า “ถึงตาหม่อมฉันเดินหมากแล้วหรือเพคะ”
เสิ่นจื่ออีมองนางอยู่นาน ในใจมีหลากหลายถ้อยคำอยากจะกล่าว รวมทั้งเรื่องนั้นที่ทำให้ตนลังเลอยู่พักใหญ่ แต่กระนั้นเวลานี้กลับพูดไม่ออกได้แต่ซุกซ่อนอารมณ์หลากหลายที่ปนเปในนัยน์ตา กล่าวกลั้วหัวเราะว่า “ตาเจ้าแล้ว”เจียงเสวี่ยหนิงเดินหมากสุ่มสี่สุ่มห้าอยู่หลายหน
เสิ่นจื่ออียังคงเป็นฝั่ายชนะ
เจียงเสวี่ยหนิงเดินหมากอย่างขอไปที ขนาดเสิ่นจื่ออีต่อให้ก็ไม่เป็นผล เห็นได้ชัดว่านางไม่ได้มีใจอยากจะเดินหมากเท่าไร เสิ่นจื่ออีจึงเปลี่ยนไปชวนนางสนทนากันสักครู่แทนและบอกให้พักผ่อนดี ๆ ก่อนจะขอตัวลา
เจียงเสวี่ยหนิงยังคงนั่งอยู่ในห้อง ไม่ได้ไปนอนพักผ่อน
สองวันก่อนที่เกิดเหตุโจมตีกะทันหันถือเป็นการทำลายล้างสาขาย่อยของนิกายสวรรค์ หัวโจกอย่างว่านซิวจื่อกับหลู่ไท่ก็รวมอยู่ในนั้น แต่ละคนล้วนถูกจับกุมและคุมขังในคุกใต้ดิน
อาการบาดเจ็บของเซี่ยจวีอันไม่ใช่น้อย ๆ
โจวฉีหวงรวมถึงหมออีกหลายคนสาละวนรักษาอย่างเต็มที่จนอาการของเขาดีขึ้นมาบ้าง
ทว่าเจียงเสวี่ยหนิงยังไม่เคยไปเยี่ยมเยียน
คล้ายกำลังใช้เวลาจัดระเบียบตัวเองอย่างละเอียดถี่ถ้วนหรือบางที อาจจะแค่กลัว
จวบจนตอนนี้ นางถึงหลับตาเอ่ยถามสาวใช้ที่เดิน