เข้ามาปรนนิบัติ “เซี่ยเซียนเซิงเป็นอย่างไรบ้าง”
สาวใช้เดิมทีปรนนิบัติรับใช้อยู่ในจวนแม่ทัพ
ฐานะของนางต่ำต้อย ไม่กล้าสอบถามส่งเดชได้แต่ตอบว่า “วันก่อนบรรดาท่านหมอวุ่นวายรักษาอยู่ครึ่งค่อนคืน เซียนเซิงถึงได้สติกลับมา ดูเหมือนจะไม่เป็นอะไรแล้ว บ่าวได้ยินว่า อาการของเซียนเซิงเพียงบาดเจ็บภายนอกเท่านั้น ให้พักฟืนสักหน่อยก็จะดีขึ้นเจ้าค่ะ”
แผลภายนอก
มือข้างเดียว ก็ถือว่าเป็นแผลภายนอกจริง ๆ
เจียงเสวี่ยหนิงได้ยินเข้าก็อธิบายไม่ถูกว่าอารมณ์ความรู้สึกนางผสมปนเปกันมากน้อยเพียงใด นางคร้านจะแยกแยะ จากนั้นก็ลุกออกไป
เวลานี้คือยามบ่าย
เสียงนกกระจิบอันไพเราะเพราะพริ้งดังอยู่นอกหน้าต่าง
ไม้เขียวแผ่ร่มเงา แสงตะวันฉายจัดจ้า
สถานที่พำนักของเซี่ยจวีอันยังคงเลือกเป็นเรือนวิเวกวังเวงเช่นเคย
แท่นสูงข้างนอกก่อด้วยหิน คราบเลือดสดใหม่เพิ่งจะแห้ง ทว่านาง ไม่เหลียวมอง เดินตรงผ่านชายขอบลานเรือนก็เห็นประตูที่ปิดอยู่ใกล้ ๆต้นอโศกน้ำ
เตาฉินรั้งอยู่เมืองหลวงยังไม่กลับมา
ตอนนี้มีเพียงเจี้ยนซูคอยปรนนิบัติรับใช้ข้างกายเซี่ยเวย พร้อมกับ เสียวเปั่าที่เพิ่งถูกช่วยชีวิตออกมาระหว่างนิกายสวรรค์ถูกโจมตีทั้งสองคนเมื่อเห็นนางก็แสดงท่าทีแตกต่างกัน
เสียวเปั่าทั้งละอายใจทั้งรู้สึกผิด
ส่วนเจี้ยนซูนัยน์ตากลับดูเศร้าหมอง แต่เมื่อมองเห็นเจียงเสวี่ยหนิง ก็เริ่มมีความหวังเพิ่มมาเล็กน้อย
ในห้องคล้ายแว่วเสียงพิณอันสั่นไหวคราหนึ่ง
เพียงแต