่ไม่ได้รื่นหูดั่งในอดีต
กระทั่งระดับเสียงก็ยังเพี้ยนเล็กน้อย ฟังดูกระด้างฝืดฝืน
ก้นบึ้งหัวใจเจียงเสวี่ยหนิงปวดแปลบ ๆเกือบจะไม่ได้พูดอะไรออกมา เงียบไปครู่หนึ่งก็ไม่ได้ยินเสียงพิณดังในห้องอีก
เจี้ยนซูบอกเสียงเบา “เซียนเซิงไม่อยากจะพบใครขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงยืนอยู่นอกประตู เอ่ยกับคนข้างใน “เซียนเซิง ข้าอยากเข้าไปหา”
ข้างในไม่มีเสียงตอบรับเป็นเวลานานนางกล้ำกลืนความรู้สึกปันปั่วนในส่วนลึกของหัวใจ เดินเข้าไปพร้อมรอยยิ้มโดยถือว่าเขาอนุญาตแล้ว ยื่นมือผลักประตูที่ปิดสนิท
ห้องตลบอบอวลด้วยกลิ่นยาขม
เซี่ยเวยสวมชุดสีขาวเรียบง่าย นั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งหลัวฮั่นริมหน้าต่าง ข้างบนมีโต๊ะเล็ก ๆ ตั้งพิณคันหนึ่ง บาดแผลบนร่างเขาได้รับการรักษานานแล้ว มือซ้ายทายาเรียบร้อย ใช้ผ้าดิบสีขาวหิมะรัดแน่น นิ้วเรียวยาวที่โผล่ ออกมาเห็นรอยแผลเป็นซึ่งปกปิดเอาไว้อยู่บ้าง
ดวงหน้าซีดเซียวของคนปั่วย ชวนให้หวนระลึกถึงตอนพบกันครั้งแรกเพียงแต่เวลานั้น…
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกปวดเบ้าตา เดินเข้าไปข้างๆ เขาโดยไม่ปริปาก แล้วนั่งลงบนที่วางเท้าข้างตั่งหลัวฮั่น แย้มยิ้มมองเขา “ท่านตั้งใจใช่หรือไม่”
เซี่ยเวยมองนาง ไม่ได้ตอบอะไร
นางดึงมือเขามาดู ในบัดดลน้ำตาก็เกือบปริ่มล้น แต่นางสะกดกลั้นไว้ได้ แสร้งทำเป็นเยาะเย้ยเสียดสีอีกฝั่าย “คนอื่นบอกว่าท่านเป็นคนวางแผนรัดกุม แต่บางครั้งท่านก็ไม่ฉลาดเลยสักนิด โง่มากด้วยซ้ำ ปีนั้นที่ข้าช่วย ท่า