นไว้ ไม่ได้เป็นเพราะข้าเกิดใจดีขึ้นมาสักหน่อย ข้าก็แค่ไม่อยากให้ท่าน มาตายข้าง ๆ เท่านั้นเอง ข้ากลัว”
เซี่ยเวยมีหรือจะดูไม่ออกว่านางกำลังฝืนทำเป็นเก่ง
แต่เขาก็ไม่ได้พูดเปิดโปง
นัยน์ตาเขาหลุบต่ำแล้วฉวยมือของนางไว้ตรงข้อมือข้างซ้ายเรียวบางมีรอยแผลเล็ก ๆ ยังไม่จางหาย ท้องนิ้วอุ่นร้อนกดบนนั้นอย่างแผ่วเบา ยังคงสัมผัสได้ถึงรอยแผลเป็นบนข้อมือ
เขาปลอบเสียงราบเรียบ “ข้าก็กลัว”ยากที่จะนึกถึงว่าคำพูดเช่นนี้จะหลุดออกจากปากของเซี่ยเวยได้
เขาสังหารคนอย่างเฉียบขาดแท้ ๆ แล้วจะไปกลัวคนตายได้อย่างไรกัน
เจียงเสวี่ยหนิงมองเขาด้วยความรู้สึกย่ำแย่พูดอย่างเนิบช้า “เพื่อข้าแล้วไม่คุ้มหรอก”
เซี่ยเวยหัวเราะเสียงค่อย “ข้าแค่เล่นผิดจังหวะไปหน่อย เดิมทีเป็น ความยึดติดที่ปล่อยวางไม่ลง แต่ตอนนี้พอปล่อยวางได้แล้วก็ดีเหมือนกัน”
ในวัยเยาว์เขาเรียนพิณได้แย่ที่สุดทว่ากลับมีนิสัยชอบเอาชนะคนอื่นโดยธรรมชาติ มารดายังบอกเลย ว่า “โลกนี้ไม่มีเรื่องอะไรที่ไม่ชำนาญหรอก กลัวแต่ผู้พากเพียรเท่านั้นเอง การที่ยอมเรียน ยอมฝึกฝน เมื่อเวลาผ่านไปย่อมโดดเด่นขึ้นมาได้ ฟั้า ไม่ประทานความสามารถแก่มนุษย์ พรสวรรค์คนขึ้นอยู่กับตนเท่านั้น” ยี่สิบกว่าปีประดุจหนึ่งวัน เพราะไม่เคยยอมแพ้จึงค่อย ๆ กลายเป็นผู้มีฝีมือในที่สุด
แต่ไหนแต่ไรเขาไม่เคยยอมรับคำว่า ‘แพ้’
การเรียนพิณก็คือหนึ่งในนั้น
เจียงเสวี่ยหนิงกลับจะน้ำตาไหลเพราะคำพูดที่ดูเหมือนไม่มีอะไร