้จวินทุ่มเทสุดความสามารถเพื่อนิกายเป็นเวลาหลายปี เหตุใดหัวหน้าสาขาหลู่จึงกล้ามั่นใจว่าเขาทำร้ายกงอี๋เฉิง รวมไปถึงพี่น้องชาวนิกายทั้งหลาย และเหตุใดเล่าเรื่องนี้จึงเกี่ยวข้องกับคุณหนูรอง เจียงด้วย”
สีหน้าของหลู่ไท่ค่อยดีขึ้นมาบ้าง เพราะเขารู้ว่าหัวหน้านิกายยืนอยู่ ฝังเดียวกับตน ความมั่นใจจึงเพิ่มขึ้นหลายส่วน ประสานมือโค้งคำนับตอบว่า “ในเมื่อข้าน้อยกล้าพูดก็ย่อมไม่ใช่อาศัยแต่ลมปาก พวกสุนัขรับใช้ของราชสำนักมักใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรกทุกทาง พวกมันหลงคิดไปเองว่า แผนการจะสมบูรณ์แบบ เป็นดั่งภูษาฟั้าไร้ตะเข็บ แต่แล้วบนโลกนี้มี กำแพงใดบ้างไร้ช่องลม หากไม่อยากให้ผู้อื่นรู้ ก็อย่าได้กระทำ!”
หลู่ไท่เอ่ยถึงตรงนี้ก็หันขวับไปมองเซี่ยเวย
หลังจากนั้นก็ชูมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องนำคนขึ้นมา ตะโกนเสียงดัง ว่า “คนแซ่หลู่จับมาสองคน ต้องขอรบกวนตู้จวินเซียนเซิงกับคนรู้ใจของ ท่านจำแนกให้ด้วย!”คำพูดจากปากคนผู้นี้สกปรกยิ่งนัก ไม่ลืมพูดจาดูหมิ่นคนอื่นอยู่ตลอดเวลา
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกไม่สบอารมณ์เมื่อได้ยิน
ทว่ายามนี้อยู่ใต้ชายคาเรือนผู้อื่น นางจึงข่มกลั้นโทสะ เพียงเงยหน้ามองไปทางหลู่ไท่ ทว่าทันใดนั้นนัยน์ตาพลันเบิกโพลง เกือบเหลือบมองไปทางเซี่ยเวยอย่างอดไม่อยู่!
คนที่ถูกจับตัวขึ้นมาเป็นหนึ่งชายหนึ่งหญิงเป็นหนึ่งเด็กหนึ่งผู้ใหญ่ ทั้งร่างเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว
โดยเฉพาะสตรีนางนั้น ผมเผ้ากระเซิง น้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย
ม