จึงพาเขาเข้าร่วมด้วย
เซี่ยเวยไม่เคยเจอสะใภ้ที่คนเขาลือกัน ทราบแค่ว่าเสียวเปั่าได้รับ ของดีอะไรแต่ละครั้งก็มักเอากลับบ้าน ท่าจะเห็นครอบครัวสำคัญยิ่งยวด
เจ้าตัวอาจรับบทลงโทษนี้ไหว จึงกัดฟันไม่พูดอะไรสักคำ แต่พี่สะใภ้ ไม่แน่ว่าจะทนได้
นับประสาอะไรกับการที่นิกายสวรรค์จับพวกเขามาด้วยกัน
หากเปลี่ยนมาให้ตนจัดการก็คงไม่ต่าง หากรู้ว่าเด็กคนนี้ให้ความ สำคัญกับอะไรก็จะใช้แส้ฟาดพี่สะใภ้ต่อหน้าต่อตา ผู้แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าถึงอย่างไรก็มีใจมีเลือดเนื้อ ทนได้หรือที่เห็นคนที่ตัวเองรักต้องทุกข์ทรมานเยี่ยงนี้
เป็นดั่งที่คิด หลู่ไท่พลันชี้นิ้วมาทางเซี่ยเวยกับเจียงเสวี่ยหนิง เอ่ยถามเสียวเปั่าเป็นคนแรก “ไอ้หนู เจ้ารู้จักสองคนนี้หรือไม่”
เสียวเปั่ากัดฟันแน่น ไม่ยอมปริปาก
หลู่ไท่ถีบร่างเขาจนล้มกลิ้ง จากนั้นกระโดดข้ามมาอยู่ด้านข้างสตรีที่กำลังก้มหน้าร้องไห้ เอามือขยุ้มผมเผ้าอันยุ่งเหยิงและจิกศีรษะนางขึ้นมาชี้นิ้วหาเจียงเสวี่ยหนิงและเซี่ยเวย “รู้จักหรือไม่”
เมื่อนางเงยขึ้นมาก็เริ่มเห็นโครงหน้าได้ชัดเจน
ในที่สุดเจียงเสวี่ยหนิงก็นึกออก
เมื่อคราวศึกเมืองทงโจว นางเคยพบเจอสตรีผู้นี้ ตอนนั้นตนกับ จางเจอถูกกลุ่มโจรที่หนีออกจากคุกพาตัวไปด้วยกัน พวกนางหยุดพักอยู่ ในศาลเจ้าร้างกับกลุ่มกบฏนิกายสวรรค์ อีกฝั่ายเป็นหนึ่งในผู้ที่นิกาย สวรรค์ส่งมาประสานงาน เป็นผู้ยื่นน้ำและอาหารให้ ทั้งยังมอบขนมชุยปิง แก่นางด้วยรอยยิ้ม