พี่สะใภ้ของเสียวเปั่าเกิดในครอบครัวเกษตรกร นางตามสามีเข้า นิกาย เป็นคนช่วยดูแลอาหารการกิน ยามปกติก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับกิจการ ของนิกายแต่อย่างใด ยิ่งไม่ทราบว่าเหตุใดเคราะห์ร้ายครั้งนี้ถึงเกิดขึ้น กับตน
นางร้องไห้ดวงตาแทบแดงก่ำแล้วหันมองตามนิ้วของหลู่ไท่ นางย่อมไม่รู้จักเซี่ยเวย ทว่ายามได้เห็นเจียงเสวี่ยหนิง สายตากลับชะงักงันประหนึ่งในที่สุดก็คว้าฟางเส้นสุดท้ายมาได้ “รู้จักรู้จัก! ข้ารู้จักสตรีผู้นี้!”
หัวใจของเจียงเสวี่ยหนิงค่อย ๆ จมดิ่ง
หลู่ไท่พลันหัวเราะด้วยความดีใจราวกับคนเสียสติ เอ่ยถามต่อ “เจ้า เจอนางที่ไหน เจอเมื่อใด”
สตรีผู้นั้นสะอื้นไห้พลางตอบกลับ “สองปี ไม่สิ เกือบจะสามปีแล้ว เหตุการณ์ในเมืองทงโจวที่มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากครั้งนั้น ข้ากับเสียวเปั่าต้องไปส่งชุยปิงที่เพิ่งทำเสร็จให้ทุกคน ที่นั่นล้วนมีแต่ชายฉกรรจ์ ส่วนนางแต่งกายชุดของบุรุษ ทว่ามองแวบเดียวข้าก็รู้แล้วว่าปลอมตัวมาแต่คิดได้ว่านั่นเป็นเรื่องที่ข้ามิสมควรไถ่ถาม จึงไม่ได้เอ่ยออกไป หลังจากนั้น หลังจากนั้นข้าถึงได้ยินว่า เมืองทงโจวเกิดเรื่อง…”ด้านล่างมีเสียงฮือฮา!
หลู่ไท่ได้ทีตะคอกถามเจียงเสวี่ยหนิง “มีคนจำเจ้าได้ เจ้ายังมีอะไร จะพูดอีกหรือไม่?!”
ในสถานการณ์นี้ พวกนางตกเป็นฝั่ายเสียเปรียบ
สายตาของเจียงเสวี่ยหนิงกลับจับอยู่ที่เสียวเปั่า ตรึกตรองครู่หนึ่งปราศจากท่าทีลุกลี้ลุกลนค่อย ๆ ย้อนถามอีกฝั่าย “ไม่ขอปิดบังหัวหน