งพ่าย นับว่าไม่อาจทนการโจมตีแม้เพียงครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นทัพเข้มแข็งอย่างไร ต่อจากนี้คงไม่ได้ดีไปกว่ากันนักเมื่อมองแบบนี้ การบุกเข้าเมืองหลวงก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ครั้นถึงตอนนั้น ใต้หล้าจะเป็นของนิกายสวรรค์ และพวกเขาก็จะ กลายเป็นเจ้าของราชวงศ์ใหม่!
หัวหน้าสาขาถกเถียงกันจนหน้าแดงคอพองแม้ยังคงสุภาพกับ เซี่ยเวย ทว่าอย่างไรเสียเขาก็ยังถูกมองเป็นกึ่งนักโทษ เพียงแต่การที่ ทัพหน้าได้รับชัยชนะก็นับเป็นความดีความชอบ
ใครจะยอมให้ความดีความชอบเป็นของเซี่ยเวยกัน
ก็แค่วาดแผนผังการวางกำลังปั้องกันของทัพมิใช่หรือ
จะว่าไปแล้ว ที่ชนะศึกได้นั้นโดยสรุปแล้วเป็นเพราะนิกายสวรรค์ มีคนมาก ขวัญทหารทั้งกองทัพชวนพรั่นพรึง ลูกไม้ของเซี่ยเวยก็แค่ ‘เติมดอกไม้บนแพรพรรณ[1]’ เท่านั้นเอง
เป็นเหตุให้ระหว่างหารือ คนเหล่านี้จึงตบอกลั่น แววตาแฝงความคิดหยามหยันใต้หล้า กล่าวขึ้นว่า “ท่านเจ้านิกายโปรดวางใจ หลังยึดเจียงซูและเจ้อเจียงสองมณฑลได้ย่อมมีคนนับหมื่นเข้าร่วมทัพของเรา ธงนิกาย เราโบกสะบัดไปยังที่ใดใจคนย่อมติดตามไปถึงที่นั่น ราชสำนักน่ะแค่ลมพัดผ่านก็แตกซ่าน สิ้นความสามารถหมดเรี่ยวแรง ท่านเจ้านิกายย่อมต้อง ได้ครองใต้หล้าเป็นคนต่อไป!”
ว่านซิวจื่อได้ฟังก็ยินดีเป็นที่สุด
แม้จะรู้ว่าถึงอย่างไรก็แฝงคำประจบประแจงทว่าคนหลายหมื่น เข้าร่วมทัพก็เป็นเรื่องจริงไม่มีปลอม อีกทั้งราชสำนักพ่ายแพ้ขวัญทหาร แตกซ่านก็ไม่ใช่เรื่องโกหก ในโลกน