ดมีดลับซึ่งติดอยู่บนข้อมือ
ตั้งแต่คืนนั้นที่ฆ่าคนในลั่วหยาง มีดเล่มบางก็ถูกเซี่ยเวยซ่อนไว้ไม่ให้ ใครเห็นอีก มิหนำซ้ำวันนั้นหลังจากฆ่าคนยังกรีดบาดแผลเพิ่มให้ลึกขึ้นคนของนิกายสวรรค์เองก็ไม่ได้สืบจริงจัง ทำให้ไม่อาจดูความแตกต่างของบาดแผลได้โดยง่ายเข้าใจกันว่าคนถูกสังหารด้วยดาบที่เขาชิงไปตั้งแต่ หัวจดหางไม่มีใครสงสัยเลยว่าบนร่างเขามีมีดเล่มหนึ่ง!
เมื่อเห็นเขาปลดมีดออกมาตอนนี้ หนังตาของเจียงเสวี่ยหนิงก็กระตุก
อย่างไรก็ตามหลังจากปลดมีด เขาก็เรียกให้นางยื่นมือมา
นางไม่เข้าใจ
เซี่ยเวยเม้มริมฝีปาก กะพริบตาทีหนึ่ง ดึงข้อมือนางไปผูกมีดเล่มบางเอาไว้อย่างระมัดระวังพลางพูดว่า “สถานการณ์จะเป็นเช่นไรไม่อาจรู้หากเกิดความวุ่นวาย ข้าก็ไม่สามารถดูแลทั้งหมดได้ เวลาผ่านไปหลายปีแล้ว ห้องลับอาจเกิดเรื่องเหนือความคาดหมาย”
แววตานั้นเคลือบเงาชั้นหนึ่ง
เขาไม่พูดอะไรต่อเจียงเสวี่ยหนิงพลันงุนงงเล็กน้อย มองเขาแล้วก็ก้มหน้าช้า ๆ ทอดสายตามายังมีดตรงข้อมือ ค่อย ๆ สัมผัสพลางถามอย่างเลื่อนลอย“ให้มีดข้าทำไม”
เซี่ยเวยรู้สึกว่าท่าทางของนางดูประหลาดอยู่บ้าง
ตอบไปว่า “มีมีดติดตัวย่อมดีกว่าสองมือเปล่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นยัง ปั้องกันตัวได้ ถึงจะไม่รู้วิธีใช้ แต่มีติดไว้ก็ดีกว่า”
แล้วจึงถามต่อ “เป็นอะไรไป”
ในตอนนี้ดวงตาของเจียงเสวี่ยหนิงเริ่มพร่ามัวจากนั้นน้ำตาก็ไหล พราก
ชาติก่อน เซี่ยเวยก็ให้คนส่งมีดสั้นมาเช่นกัน
เพียงแต่วางไว้