เหมือนถูกรังแกแม้จะชวนสงสารแต่ก็ กระตุ้นความปรารถนาอันหยาบช้าไร้มนุษยธรรมจากก้นบึ้งของจิตใจต้องการทะนุถนอมนาง ทว่าขณะเดียวกันก็ยิ่งอยากถลำลึก ลึกเข้าไป…
มือที่วางบนเข่าของเขากำแน่น
ตอนแรกเจียงเสวี่ยหนิงมิใคร่คุ้นเคยนัก หลังร้องครางอยู่หลายรอบ เลยเริ่มชำนาญทีละน้อยก็แค่ส่งเสียงหลอกลวงผู้คน ก็แค่ทำอย่างไรให้ฟังแล้วรู้สึกดี นางจึงคอยปรับน้ำเสียงและระดับเป็นระยะให้รู้สึกได้ถึงห้วง อารมณ์ภายใน
หางตากวาดมองไปทางเซี่ยเวยโดยไม่รู้ตัว
ตัวเขานั่งหันหลังขัดสมาธิอยู่ฝังนอกของเตียงแผ่นหลังเหมือนจะ หยัดตรงแข็งเกร็ง มือที่เดิมวางหลวม ๆ บนเข่าก็เหมือนจะยิ่งออกแรงกดท่าทางราวกับกำลังอดทนอะไรอยู่
พอกลอกตารอบหนึ่ง เจียงเสวี่ยหนิงก็เข้าใจ
พลันนึกอยากหัวเราะขึ้นมา
เขาเป็นคนให้นางครางแท้ ๆ บัดนี้กลับมีท่าทางเหมือนทนไม่ไหว เสียเอง มิใช่รนหาที่หรอกหรืออาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ถูกอีกฝั่ายรังแกหรืออาจเป็นเพราะนึกเคียดแค้นที่ถูกออกความคิดสารเลวแล้วยังให้มาครางแบบนี้ ใจของเจียง เสวี่ยหนิงจึงคล้ายมีความคิดชั่วร้ายเริ่มเอ่อทะลัก
นอกจากจะไม่ยั้ง ยังจงใจเพิ่มความเย้ายวนของเสียงครางเข้าไปอีก
ถึงกับค่อย ๆ ขยับเข้าไปชิดต้นคอของเขาเปั่าลมพรูใส่ ทั้งยังส่งเสียงครวญปลอม ๆ ในลำคอ “ไม่ ไม่เอานะ…”
เซี่ยจวีอันถูกลมจากปากของนางเปั่ารดจนตัวสั่น เมื่อได้ยินเสียงนี้ สภาพอารมณ์ที่พยายามรักษาไว้ก็ยิ่งปันปั่วน หันหน้าขวับมาจ้องนาง