เขม็ง กลับพบว่าเจียงเสวี่ยหนิงยิ้มอยู่ด้านหลังท่าทางเหมือนภูมิใจอยู่บ้างที่ลูกไม้สำเร็จ
ภายใต้เสียงครางยังเจือความยินดี
คล้ายกำลังสนุกสนาน
เนื่องด้วยก่อนนี้ถูกเขาปลุกจากห้วงฝัน ผมเผ้าเสื้อผ้าจึงค่อนข้าง ยุ่งเหยิง คิ้วตาก็ยังแฝงเสน่ห์ชวนให้คนต้องตื่นเต้น ริมฝีปากหอมกรุ่นเผยอเล็กน้อย กลิ่นลมหายใจน่าดมดอมจึงกำจายออกมา ช่วงคอนั้นเรียวระหง เป็นความพิลาสชดช้อยน่าหลงใหลจริง ๆ
เขามีหรือจะฟังไม่ออกว่านางจงใจ
คราแรกเขายังคิดว่าจะควบคุมตนเองได้ ข่มใจไหว บ่มเพาะการ วางเฉย
แต่ตอนนี้ทนไม่ไหวแล้ว
หางตาของเซี่ยเวยกระตุกเล็ก ๆ สุดท้ายก็ยื่นมือผลักให้นางล้มตัว ลงนอนบนเตียง ปิดริมฝีปากที่ใช้ก่อบาปของนางไว้ กล่าวอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน “พอแล้ว ไม่ต้องครางแล้ว!”
แต่ยังครางไม่ทันจบเลยนะ…
เจียงเสวี่ยหนิงกะพริบตาปริบ คิดจะกล่าววาจา
ทว่าริมฝีปากที่ขยับเล็กน้อยสัมผัสโดนฝั่ามือของเซี่ยเวย
เขารู้สึกว่าฝั่ามือคันยุบยิบดั่งโดนเหล็กร้อนลวกจึงชักมือกลับทันที
ดวงตาที่จำแนกตาขาวตาดำชัดเจนคู่นั้นของเจียงเสวี่ยหนิงมองเขา ลังเลครู่หนึ่งถึงถามหยั่งเชิงว่า “พอแล้วหรือ”
เซี่ยเวยไม่ตอบเจียงเสวี่ยหนิงรู้ดีแก่ใจว่าเซี่ยเวยก็เป็นบุรุษทั่ว ๆ ไป ไม่ว่าเป็นใคร เมื่อได้ยินสตรีข้างกายร้องครางแบบนี้ก็เกรงจะเป็นเรื่องยากเกินทน ได้ยินครั้งหนึ่งก็ทรมานหนหนึ่ง แต่นางก็ไม่รู้เช่นกันว่าเหตุใดจึงอยากขำ
ทว่าต่อหน้าเซี่ยเวยก็ยังคงไม่กล้าห