มีแผนการ ไม่มีทางยอมให้จับกุมแต่โดยดี จึงคิดจะระวังปั้องกัน เจ้ามาแต่แรก ถ้าคืนนี้เจ้าไม่ลงมือ เราก็คงนอนหลับไม่สนิท! ช่างเป็นคู่สามีภรรยาที่รักกันยิ่งนัก เห็นเป็นแก้วตาดวงใจจริงเสียด้วย แม้ยามประสบ เภทภัยก็ไม่ยอมบินแยกจาก!”
เจียงเสวี่ยหนิงเมื่อได้ยินประโยคนี้ก็พลันนึกถึงคำว่า ‘แสดงละคร เสียหน่อย’ ของเซี่ยเวยแม้ไม่รู้ว่าเขามีแผนและจุดประสงค์เช่นไร แต่คล้ายเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้าง
พลันบังเกิดความคิดหนึ่ง กล่าวออกไปว่า “คู่สามีภรรยาตรงไหนกัน นักพรตชั่วอย่าพูดมั่วทำลายชื่อเสียงคนอื่นนะ!”
ถึงจะเอ่ยเช่นนั้น แต่แววตากลับไหววูบอย่างรู้สึกผิด
ว่านซิวจื่อเห็นนางเป็นแบบนี้ ไหนเลยจะเชื่อว่านางกับเซี่ยเวยไร้มลทินต่อกัน
ยิ่งไม่กล้ารับก็ยิ่งมีพิรุธ
เขาคาดเดาไว้ในใจ แต่ก็ไม่ได้อยากสนใจเด็กสาวไม่สลักสำคัญคนหนึ่ง เพียงกล่าวกับเซี่ยเวยว่า “ส่งเสียงบูรพาตีฝั่าประจิม ล่อเสือลงจากเขาวางแผนได้ดี น่าเสียดายที่สติปัญญาของเจ้ามีเราเป็นผู้สอนสั่งมากกว่าครึ่ง หมายอาศัยลูกไม้แค่นี้มาหลอกลวง หรือเห็นเราเป็นคนแก่สายตาฝั้าฟาง แล้วจริง ๆ”
เซี่ยเวยเสมือนรู้ความผิดพลาดของตน คลายมือข้างที่กุมดาบและ ปล่อยลงพื้น แสดงท่าทียอมรับการจัดการ แต่กลับพูดเสียงเรียบ “ถ้าไม่ใช่เพราะบาดแผลข้ายังไม่หายดี ความเคลื่อนไหวชักช้ากว่ายามปกติ ต่อให้ ท่านมองทะลุแผนการก็เกรงว่าจะตอบสนองไม่ทันอยู่ดีตอนท่านนำคน เข้ามา ข้าคงหนีไปได้แล้ว แม้แผนกา