รจะสำคัญ แต่จังหวะอันเหมาะสม ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ต้องดูว่าจะใช้แผนเช่นไร ใช้ยามใดใครเป็นคนใช้ ครั้งนี้ข้าเดินหมากพลาดไปก้าวหนึ่ง ทว่าหากไม่ได้ลอง ไม่ว่าอย่างไรใจก็ยากจะยอมรับ”
คำพูดนี้มีเหตุมีผล
พริบตาเดียวก็กลายเป็นนักโทษ ทั้งยังต้องทำงานถวายชีวิตให้ อย่างเซี่ยเวยจะยอมทำหรือต้องให้ลองแล้วพบว่าไม่ได้ผล เขาถึงค่อยยอมศิโรราบแต่โดยดี
ว่านซิวจื่อฟังวาจานี้แล้วมิเพียงไม่โกรธ กลับหัวเราะลั่น “บัดนี้นิกายสวรรค์รุ่งเรือง เรียกให้เจ้ากลับมารับใช้เราอีกครั้งก็ไม่ถือว่าหยามหมิ่น!เพียงแต่ตัวเจ้าเองก็ไม่ใช่คนดี ๆ ที่จะคุยอะไรด้วยง่ายนัก…”
สีหน้าเขาเย็นชาลงทันใด
เดิมทียังสนทนากันอย่างมากมารยาท ครั้นเกิดเหตุคืนนี้ก็ไม่อาจ ผ่อนคลายแม้ชั่วครู่ชั่วยามจึงตะโกนลั่นอย่างเดือดดาล “มา จับพวกมัน ไปขังในหอหลิงซวี เฝั้าระวังทั้งวันคืน ถ้าแมลงวันสักตัวบินออกมาได้ เรา จะเอาหัวของพวกเจ้ามาแทน!”
“ขอรับ!”
ความผิดพลาดคืนนี้เป็นผลให้เหล่าศิษย์นิกายหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ ดีที่ในยามคับขัน หลังจากเจ้านิกายทราบเรื่องก็มองแผนของเซี่ยเวยออกทันทีด้วยเหตุนี้จึงปั้องกันการหลบหนีได้
พวกเขาซึ่งตึงเครียดด้วยกริ่งเกรงความผิดพลันขานรับตัวสั่นพร้อมกัน
คราวนี้ทั้งเซี่ยเวยและเจียงเสวี่ยหนิงต่างก็มีสีหน้าไม่ดีทั้งสองถูกพาตัวออกจากเรือนข้างอย่างรวดเร็ว คุมขังบนชั้นสองของหอเล็กใจกลางจวน
บนล่างซ้ายขวาหน้าหลัง มีแต่เวรยามที่เฝั้าระวัง