ี่ยเวยกะพริบตา ครั้นนึกถึงคนอย่างว่านซิวจื่อก็พูดเนิบช้า “การทำ ให้เขาเชื่อว่าเจ้าพิเศษสำหรับข้าเป็นสิ่งสำคัญมาก ผู้คนมักยินดีเชื่อสิ่งที่ตนเชื่ออยู่แล้วมากกว่า เรื่องใดพวกเขาไม่อาจเข้าใจย่อมเคลือบแคลงอยู่ตลอด หากเจ้าเชื่อว่ามนุษย์ในโลกนี้ปราศจากใครไม่กลัวตายแล้วมีหรือจะเชื่อลงว่าคนผู้หนึ่งจะยอมเสี่ยงชีวิตมาช่วยคนอื่น ว่านซิวจื่อเป็นคนประเภทนั้น”
ว่านซิวจื่อเชื่อผลประโยชน์ ไม่ศรัทธาคุณธรรมเขาเชื่อกิเลสตัณหา ไม่ศรัทธาความรักความสัมพันธ์
อยากได้ความไว้วางใจจากใคร ต้องทำเรื่องที่คนผู้นั้นเชื่อมั่นก่อน
เจียงเสวี่ยหนิงเข้าใจในที่สุด แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนมีอะไรไม่ถูกต้อง ทว่าทบทวนรอบหนึ่งก็ยังนึกไม่ออก
ดึกแล้ว ครั้นความวุ่นวายก่อนหน้าผ่านพ้นก็ยิ่งดึกเข้าไปใหญ่
ในห้องมีเตียงเดียวเจียงเสวี่ยหนิงจำต้องนอนกับเซี่ยเวย
ทั้งสองสวมเสื้อผ้าร่วมเตียง ใกล้ชิดกันอย่างยิ่ง ไหล่ชนไหล่ มือสัมผัสมือ ศีรษะหนุนริมหมอนแต่ละฝัง
ในห้องมืดสนิท
ไม่มีใครเคลื่อนไหว ไม่มีใครพูดจา
เจียงเสวี่ยหนิงได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบาของเซี่ยเวย พลันรู้สึก แปลกประหลาด การได้นอนร่วมเตียงแบบนี้เดิมก็ใกล้ชิดอย่างยิ่ง แต่สำหรับพวกตนกลับคล้ายไม่คิดอะไร ถึงอย่างไรก็ใช่ว่าไม่เคยนอนด้วยกัน เพียงแต่ครั้งนั้นไม่ใช่เตียงแบบนี้
เมื่อเผชิญความเป็นตาย ไม่ว่าถ้อยคำใดล้วนไร้ความหมาย
ประดุจคลื่นน้ำรุนแรงคืนสู่ความเงียบสงบมหาสมุทรไร้ซึ่งคลื่นใด